จำความได้ว่า ตั้งแต่เล็กจนโตฉันเป็นคนที่อ่อนแอมาก มีโรคประจำตัวหลายโรคจนพ่อแม่เรียกฉันว่า "แอ" เพื่อที่จะแก้เคล็ดให้เป็นคนแข็งแรงเหมือนชาวบ้าน แต่ก็ไม่วายที่โรคจะรุมเร้า คุณแม่เคยบ่นให้ฟังเสมอว่า เลี้ยงยากมาก ขนาดยุงกัดยังไม่ได้เลยมีแผลขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ จากเล็กกลายเป็นตุ่มใหญ่ ถ้าเจอพวกน้ำไม่สะอาด ก็จะลามกลายเป็นแผล ฉันจำได้ว่าเคยถูกยุงกัดนิดเดียว แล้วแถว ๆ หมู่บ้านจะมีน้ำท่วมประจำปี ด้วยความที่เป็นเด็กอยากเล่นน้ำกับเพื่อน ๆ ด้วยกัน พอกลับจากเล่นน้ำกลับมาบ้าน พอตกกลางคืน แผลที่โดนยุงกัด มันเริ่มเป็นวง ๆ และทำให้คันมาก ฉันจึงเกา ยิ่งเกาก็ยิ่งเป็นแผล เริ่มจากแผลเล็ก ๆ กลายเป็นแผลใหญ่ ขึ้นจากเป็ฯที่ขาเริ่มลามไปถึงแขน จนคุณพ่อเคยบอกว่า ถ้ามันเป็นแผลเยอะขนาดนี้ คงต้องตัดขาออกแน่นอน ฉันได้แต่นั่งร้องไห้
.........พอโตขึ้นมาประมาณชั้นมัธยมเริ่มมีอาการอย่างอื่นแทรก เช่น เวียนหัวบ่อย ๆ คุณแม่ก็เลยพาไปหาหมอพบว่าเป็นโรคโลหิตจางอีก ก็เลยต้องทานยาพวกบำรุงเลือดอีก และต้องทานอาหารพวกบำรุงเลือดด้วย
.........บ่อยครั้งที่ทำให้ฉันรู้สึกท้อใจอย่างมาก พอเริ่มเข้าทำงาน ฉันต้องทำงานเกี่ยวกับเอกสาร และยุ่งเกี่ยวกับเงิน ซึ่งเจอเชื้อโรค ฝุ่นละอองตลอดเวลา (ฉันทำงานสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง) ฉันเจออาการโรคภูมิแพ้เกิดกับตัวฉันอีก ซึ่งเป็นภูมิแพ้แบบแพ้อากาศ แพ้ฝุ่นละออง ซึ่งค่อนข้างรุนแรงมาก เวลาเจออากาศเย็น เช่น ฤดูฝน ฤดูหนาว จะเกิดอาการจาม ไอ ตลอดเวลา จนทำให้ไม่ค่อยชอบฤดูฝนกับหนาวเลย เพราะทำให้จามตลอดเวลา เสียงจะอู้อี้เหมือนคนเป็นหวัดตลอดเวลา เกิดความไม่เชื่อมั่นตัวเอง อาการภูมิแพ้ของฉันจะกำเริบตอนกลางคืนเสมอจนต้องอาศัยยาพ่นจมูกช่วย ซึ่งยาพวกนี้จะทำให้เยื่อจมูกอักเสบ และจมูกจะไม่ได้กลิ่น ฉันจึงพยายามไม่ใช้ เมื่อไม่จำเป็น แต่คุณหมอจะบอกเสมอว่าต้องออกกำลังกายบ้าง ฉันจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องไปออกกำลังกายบ้างซึ่งเป็นอะไรที่ฉันชอบ
..........เริ่มจากการออกกำลังกายที่บ้านก่อน หรือไม่ก็ไปว่ายน้ำ วิ่ง เดิน พอเริ่มออกกำลังกายก็มีความรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ในชีวิตประจำวันต้องเจอกับงานที่เกี่ยวกับเอกสาร อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา อาการก็จะกลับมาอีก ทำให้ฉันเริ่มท้ออีกครั้ง แต่ฉันก็ไม่ยอมแพ้ก็กลับมาออกกำลังกายอีก โดยการไปออกแบบแอโรบิก ทำให้มีความรู้สึกสนุก อยากออกกำลังกาย อาการก็เริ่มดีขึ้นอีก
..........ฉันได้รู้จักกับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งก็มีอาการภูมิแพ้ เหมือนกับฉัน แต่เพื่อนฉันอาการจะหนักกว่าฉันมากขนาดตอนกลางคืนหายในไม่ค่อยออก ทำให้ฉันเกิดกำลังใจขึ้นมาว่ายังมีคนที่เป็นหนักกว่าเราอีก เราเริ่มคุยกันถูกคอ เพราะคุยเรื่องเดียวกันคือทำอย่างไรให้ภูมิแพ้หาย บางทีก็ชวนกันไปออกกำลังกายบ้าง ทำให้ลืมอาการป่วยของตนเองได้บ้าง
...........ต่อมางานเริ่มเยอะ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาไปออกกำลังกาย ซึ่งฉันก็เปลี่ยนจากการออกกำลังตอนเย็นหลังเลิกงาน ก็เปลี่ยนมาเข้า Fitness แทนซึ่งทำให้เรามีเวลาออกกำลังกายอีกครั้ง ฉันเริ่มสนุกกับการออกกำลังกายอีกครั้ง แต่หลังจากออกกำลังกายแล้วทำให้เราเหนื่อย จึงทำให้ทานเยอะมากในตอนเย็นหรือบางทีก็ดึก นอกจากตอนนี้จะทำให้กังวลเรื่องอาการภูมิแพ้จะกลับมา แล้วยังต้องกังวลเรื่องน้ำหนึกตัวที่เพิ่มขึ้นอีก จึงทำให้เริ่มมีความคิดผิด ๆ โดยการเริ่มอดอาหาร หาสูตรลดอาหารแบบไหนที่ว่าดีก็นำมาปฏิบัติ
ฉันเริ่มมีความรู้สึกสับสอน วิตกกังวล จึงทำให้ไม่อยากทำอะไรอีกกับชีวิต อาการภูมิแพ้ก็เริ่มกลับมาอีก ซึ่งเป็นหนึกกว่าเดิมจนต้องทำให้ฉันทานยาแก้แพ้เกือบทุกวัน ซึ่งยาพวกนี้ทำให้ฉันนอนหลับและก็หายชี่วขณะตอนนอนหลับเท่านั้น ฉันทานยาแก้แพ้มากจนมีอาการของหัวใจเต้นแรง และมีความรู้สึกว่า หัวใจของเราทำงานผิดปกติ จึงไปพบคุณหมอเกี่ยวกับภูมิแพ้อีกครั้ง และเล่าอาการให้หมอฟัง คุณหมอเลยแนะนำให้ไปตรวจเช็คกับแพทย์ที่เกี่ยวกับการเต้นผิดปกติของหัวใจโดยตรง พอได้ยินคุณหมอแนะนำ ฉันมีความรู้สึกว่าจะมีโรคใหม่เกิดขึ้นกับตัวฉันอีกแล้ว คือโรคเกี่ยวกับหัวใจ เพราะหัวใจเต้นแรงผิดปกติมาก ฉันเริ่มหาหนังสือเกี่ยวกับโรคหัวใจมาอ่าน เพื่อเตรียมตัวกับโรคใหม่อีกครั้ง คิดทบทวนกับตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่อเจอกับโรคภัยพวกนี้หรือ! ตอนนั้นไม่อยากจะทำอะไร พยายามคิดว่าต้องอยู่กับโรคพวกนี้ให้ได้
..........แล้วมีอยู่วันหนี่ง เพื่อฉันคนเดิมที่เป็นภูมิแพ้ ก็โทรฯมาหาแล้วชวนฉันว่าไปออกกำลังกายใหม่อีกครั้ง เผื่อจะได้ผ่อนคลายความกังวลได้บ้าง ด้วยความที่ฉันชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็เลยไปสมัคร Fitness แห่งหนึ่งใกล้ ๆ บ้าน มีความรู้สึกว่าเครื่องออกกำลังกายของเขาทันสมัยดี สะอาด คงไม่น่าเบื่อ
.........ฉันเริ่มไปออกกำลังกายอย่างจริงจัง โดยชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานไปด้วย และยังได้น้อง ๆ ที่Fitness แนะนำถึงการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี ตลอดจนการควบคุมปริมาณอาหารที่เราทานในแต่ละวัน ฉันเริ่มรู้สึกสนุกกับการออกกำลังกาย และเริ่มมีวินัยในการทานอาหารในแต่ละวัน และพยายามค้นหาหนังสือบ้าง ในเว็บบ้าง เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ บางครั้งก็แอบถามน้อง ในFitness บ้าง
........ในระยะเวลาไม่นานประมาณ 2 เดือนเศษ ฉันเริ่มรู้สึกอาการการเต้นของหัวใจดีขึ้น หรือแทบจะเต้นปกติ อาการแพ้อากาศ ผุ่นละออง เริ่มดีขึ้น ตอนกลางคืนก็ไม่จาม ไอ จนมีความรู้สึกว่าอาการป่วยของตัวเองหายไปไหน หรือแทบจะลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังป่วยอยู่ เจอเพื่อน ๆ ที่ทำงานด้วยกันก็ทักว่าเดี๋ยวนี้ไม่จาม และดูสุขภาพดี ด้วย ทำให้ฉันเกิดความมั่นใจมากขึ้น บางครั้งฉันเคยคิดว่าอยากมียาวิเศษอะไรก็ได้ที่จะทำให้อาการป่วยของฉันหาย ซึ่งตอนนี้ฉันได้พบแล้วว่า ยาวิเศษที่เราอยากได้ ตัวของเราเอง ถ้าเราสนใจตัวเอง ชนะใจตัวเอง มีสติในการดำเนินชีวิต โรคภัยก็จะไม่มาเยือน
........ปัจจุบัน ฉันดำเนินชีวิตของตนเองอย่างเรียบง่าย โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละวัน และที่สำคัญออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังกายนี้ ฉันคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวันของฉันไปแล้ว และเป็นยาวิเศษที่ฉันต้องการมานาน เดี๋ยวนี้ ฉันไม่ต้องไปหาคุณหมอบ่อย ไม่ต้องทานยาเยอะๆ บางคร้งเคยนึกอยากจะกลับไปหาคุณหมอท่านหนึ่ง ซึ่งฉันเคยไปพบและปรึกษาเรื่องภูมิแพ้ของฉัน ท่านเคยพูดแบบติดตลกว่า โรคนี้หายยาก ขนาดหมอยังเป็นเลย ประมาณว่าคนไข้อย่างฉันจะหายหรือ ....ฉันอยากจะไปบอกหมอว่า "ตอนนี้ฉันค้นเจอยาที่รักษาหายแล้ว" ฉันกลับมาเป็นคนใหม่ มีความเชื่อมั่น และรู้สึกดีกับตัวเอง จนอยากจะบอกต่อกับเพื่อน ๆ คะ