วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2551
แนะนำเว็บไซต์ใหม่ของเรา สำหรับท่านที่ชอบเรื่องอาหารการกิน
ู
วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551
Exercise boosts me up...
Exercise boosts me up...
เวลาในหนึ่งสัปดาห์ ฉันทำงาน 5 วัน อีก 2 วันจะเป็นวันหยุดพักผ่อน ช่วงเวลาที่ เราได้พักผ่อนนี้ ฉันจะไม่ยอม
ให้เสียไปอย่างไร้ค่า เพราะเวลาของฉันมีความหมายมาก ฉันมานั่งนึกย้อนถึงเวลาที่ผ่านมาตั้งหลายปีว่า ทำไมเราปล่อยเวลาอันมีค่า
หมดไปอย่างน่าเสียดาย..
เมื่อก่อนตอนเริ่มทำงานใหม่ ๆ ฉันใช้เวลาเหมือนกับเด็กทั่วไปที่เรียนจบใหม่ และได้ทำงาน ก็คือ กิน เที่ยว สนุกสนาน
ไปวัน ๆ จนลืมนึกถึงตัวเองว่า ไม่มีสาระเลย
จำได้ว่า หลังจากสลัดชุดนักศึกษาแล้ว ทำงานครั้งแรก ตอนนั้นฉันมีรูปร่างผอมบาง น้ำหนักประมาณ 45-48 กิโลกรัม
เท่านั่น ด้วยความที่ฉันเป็นคนติดนิสัยตามใจปาก ชอบกินจุกจิก และเป็นคนชอบกินไอศครีมกับ ช๊อคโคแลตมาก และด้วยความคิดเข้าข้าง
ตัวเองว่า เรากินเท่าไหร่ ก็ไม่อ้วนหรอก ฉันจะกินน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่าเกือบทุกวัน เชื่อหรือไม่ว่า น้ำหนักฉันเริ่มขยับขึ้นเป็น 56-57 กิโลกรัม
ภายในระยะเวลา 3 เดือนแรกที่เข้าทำงาน
จุด...เริ่มต้นของการออกกำลังกาย
มีอยู่วันหนึ่ง เดินผ่านร้านหนังสือเห็นหน้าปก แม็กกาซีนฉบับหนึ่ง เป็นดารานางแบบคือ คุณลูกเกด (เมทินี กิ่งโพยม)
ซึ่งเป็นนางแบบชั้นนำของเมืองไทย ฉันชอบรูปร่างของเธอมาก แอบคิดในใจว่าอยากมีรูปร่างดีอย่างนี้ ก็เลยติดตามผลงานของเธอ
จนกระทั่งทราบว่า คุณลูกเกด เคยเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ และอ้วนมาก่อน เพราะดูจากรูปเก่า ๆ ของเธอ ที่รูปร่างดีขนาดนี้ เพราะออกกำลังกาย
และเป็นพรีเซนเตอร์ ของ fitness แห่งหนึ่ง ฉันก็เลยติดสินใจจะลดน้ำหนัก ให้เหลือเท่าเดิม โดยเน้นเรื่องการออกกำลีงกายเป็นหลัก
ที่เลือกเข้า fitness เพราะสะดวกดี และฉันเป็นคนชอบออกกำลังกายที่เหนื่อย และได้เหงื่อ จริง ๆ เช่น ปั่นจักรยาน
เข้า คลาสเต้น และต่อด้วยเวต
ไป fitness วันแรก เจอ เทรนเนอร์ ให้วัดระดับไขมัน มวลกล้ามเนื้อในร่างกาย เพื่อที่จะได้ทำโปรแกรมออกกำลังกาย
เห็นแล้ว ตกใจค่ะ เพราะไขมันเต็มตัวไปหมด ฉันบอกเทรนเนอร์ อยากให้ร่างกายแข็งแรง และ เฟิร์ม ซึ่งก็ได้คำแนะนำเรื่องอาหารการกินต่าง ๆ
ตลอดจนโปรแกรมการออกกำลังกาย พอได้พูดคุย ฟังคำแนะนำแล้วทำให้เข้าใจว่า จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ออกกำลังกายอย่างเดียว เรื่องอาหารก็มีส่วน
ในการลดน้ำหนักด้วย
ฉันเริ่มเข้า fitness 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ และแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ขึ้นไป โดยเริ่มจากอบอุ่น
ร่างกาย โดยการเดินบนเครื่องก่อน 30 นาที แล้วต่อด้วยการเล่น เวต และเข้าคลาสต่าง ๆ
ฉันใช้เวลา 3 เดือน ลดจาก 57 กิโลกรัม เหลือ 55 กิโลกรัม รู้สึกว่ารูปร่างดีขึ้น เฟิร์มขึ้น จนเพื่อน ๆ ทักว่า รูปร่างดีขึ้น
ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น จึงเข้า คอร์สกับ เทรนเนอร์ ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสัปดาห์ละ 2 ชม. รูปร่างฟิตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และควบคุม
อาหารไปพร้อมกับการออกกำลังกาย
กว่า 6 เดือน ที่ปรับพฤติกรรมการกินอาหารและวางแผนการออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักลดลงอีก 3 กิโลกรัม และมาหยุดที่
52 กิโลกรัม ตามเป้าหมายที่วางไว้ ตอนนี้ฉันสามารถพิสูจน์ได้ว่า ฉันทำได้ และบอกกับตัวเองว่า "ฉันรักตัวเอง"....
....เคล็ดลับส่วนตัว....
*** วันไหนกินมาก ก็จะเผ่าผลาญมาก โดยออกกำลังกายอย่างหนักและเข้า คลาสต่อเนื่อง
*** ถ้ารู้ตัวว่าน้ำหนักขึ้น จะไม่เดินผ่านเครื่องชั่งเด็ดขาด แต่ใช้วิธีออกกำลังกายอย่างหนักแทน
*** ท้าทายตัวเอง โดยตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายแข่งกับตัวเอง เพื่อเพิ่มความอดทนให้ร่างกาย
*** ออกกำลังกายโดยเริ่มให้ช้ากว่าเวลาปกติ เพื่อที่จะได้กลับบ้านแล้วเลยเวลาอาหารเย็น จะได้นอนเลย
วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2551
ถ้าคุณเกิดเดือนมกราคม (1-31 ม.ค.) คุณเป็นใครในออฟฟิศ /If you were born in January/
もし、あなたが1月に生まれる。ลักษณะทั่วไป :
ั
ถ้าคุณเกิดในวันที่ 1 – 31 มกราคม คุณเป็นคนที่มีความจริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่ชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมและไม่ชอบเอาเปรียบใคร ชอบทำอะไรตามขั้นตอนระบบและกระบวนการ
เป็นคนที่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ใจเย็น ควบคุมตัวเองได้ดี และเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีระเบียบวินัยในการทำงาน
เป็นคนที่มีความอดทนสูง หนักแน่น และมั่นคงสามารถถอดใจรอคอยความสำเร็จไม่ว่านานแค่ไหนด้วยความหวังและกำลังใจที่ไม่มีวันหมด
งานที่เหมาะสม
งานในบริษัทข้ามชาติ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนาคาร พรรคการเมือง รัฐวิสาหกิจ ราชการ ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน บ้านจัดสรร เหมืองแร่ และ เกษตรกรรม
จุดแข็ง
- ทำงานดี มีคุณภาพและต้องการค่าตอบแทนที่เหมาะสม
- ชื่นชอบการทำงานเป็นทีม
- แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
- ควบคุมตัวเองได้ดี มีระเบียบวินัย
- ให้ความสำคัญกับความยุติธรรมและความเสมอภาค
- เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์สุขส่วนตน
- มีเชาวน์ไวไหวพริบที่ทุกคนยอมรับ
- ต้องการชื่อเสียง เกียรติยศ และการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน
- ตั้งความหวังในตำแหน่งหน้าที่การงานไว้สูง
จุดอ่อน
- เป็นคนเลือกงาน และ เลือกเจ้านาย
- บางครั้งชอบคิดว่าเพื่อนร่วมงานมีความสามารถน้อยกว่าตัวเอง
- มักไม่ค่อยเข้าใจในความคิดและพฤติกรรมของผู้อื่น
ข้อแนะนำสำหรับคุณ
- ยอมรับในความผิดพลาดของตัวเอง เพราะทุกชีวิตมีสิทธิผิดพลาดกันได้ทุกคน
- อย่าหลงใหลในคำชื่นชม ยกย่อง เยินยอของเพื่อนร่วมงานจนเกินพอดี
- คิดแต่เรื่องที่ดี ทำแต่สิ่งที่สบายใจ
- อย่าอิจฉาเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้างเฉพาะด้านที่ดีเท่านั้น
- เคารพผู้อาวุโส และให้ความเกรงใจต่อเพื่อนร่วมงานทุกระดับชั้น
เคล็ดลับ
- วันดีดี : วันเสาร์
- สีที่ถูกโฉลก : สีดำ สีน้ำเงินเข้ม สีม่วง
- เลขที่นำโชค : เลข 8
คนรอบข้าง
1. คนที่คุณควรจะนึกถึงเป็นคนแรกเมื่อมีปัญหา ได้แก่ คนเกิดเดือนเมษายน
2. คนที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้คุณได้พบกับความเจริญก้าวหน้า ได้แก่ คนที่เกิดเดือนตุลาคม
3. คนที่ให้โอกาสคุณเสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มกราคม
4. คนที่คุณควรจะยึดถือไว้เป็นแบบอย่างได้แก่ คนที่เกิดเดือนกรกฎาคม
5. คนที่ช่วยให้คุณร่ำรวย ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มกราคม
6. คนที่เป็นที่พึ่งทางการเงินให้คุณได้เสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน สิงหาคม
7. คนที่ทำให้คุณมีกำลังใจ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน กุมภาพันธ์
8. คนที่เชื่อมั่นในการกระทำของคุณและเข้าข้างคุณเสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน ธันวาคม
9. คนที่ทำให้คุณค้นพบตัวเอง ได้แก่ คนที่เกิดเดือน พฤษภาคม
10. คนที่ทำให้คุณได้พบความสุขที่แท้จริง ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มีนาคม
11. คนที่มักจะนำเรื่องยุ่งยากลำบากใจมาให้คุณอยู่เสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มีนาคม
12. คนที่ควรจะอยู่ให้ห่างเอาไว้ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน พฤศจิกายน
1) ถ้าคุณมีเพื่อนร่วมงานที่เกิดเดือนมกราคม
เขาเป็นคนรักงานรักความถูกต้องและความยุติธรรม ทั้งชีวิตอุทิศตนให้กับงาน ชื่นชอบงานหนัก รักงานที่บุกเบิก ท้าทาย โดยเฉพาะงานที่ไม่มีใครเคยทำสำเร็จมาก่อน หากมีงานที่ไม่เหมาะสมกับความสามารถ เขาจะรู้สึกว่า ตนเองไร้ค่าไม่มีความหมายต่อองค์กร
เป็นคนไม่เอาเปรียบใคร เขาจะคิดอยู่เสมอว่าวันหนึ่ง ๆ ได้ทำงานคุ้มค่ากับเงินเดือนแล้วหรือยัง เพราะเขาพร้อมที่จะทุ่มเท่สุดกำลังความสามารถ เพื่อความสำเร็จของหน่วยงาน และทุก ๆ คน
2) ถ้าคุณมีเจ้านายที่เกิดเดือน มกราคม
เขาเป็นผู้นำที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีเทคนิค ชั้นเชิง และ กลยุทธ์ในการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม เป็นคนพูดจริงทำจริง และเก่งจริงสมกับที่ออฟฟิศภาคภูมิใจ
เป็นคนเข้มแข็งและไม่ท้อแท้กับอะไรง่าย ๆ คำนึงถึงความเจริญก้าวหน้าขององค์กรมากกว่าความอยากได้ อยากมี และอยากเป็นของตัวเอง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีถ้าใครมีหัวหน้าหรือเจ้านายที่เกิดในเดือน มกาคม
3) ถ้าคุณมีลูกน้องที่เกิดเดือนมกราคม
เขาเป็นคนรู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบสูง ไม่ชอบให้ใครมาบงการ สั่งการ หรือวางอำนาจ แต่ถ้ามาขอร้องให้ช่วยละก็ เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือเต็มที่ เต็มตัวและหัวใจ
เป็นคนมองโลกในแง่ดี มีความสุข ความสบายใจในการทำงานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานหนัก งานเบา งานยาก งานง่าย เขารับมือได้หมด
>O<**โดยปกติเป็นคนรอบคอบ ทำงานใหญ่ไม่เคยพลาดแต่มักจะขาดตกบกพร่องไปบ้างในงานเล็ก ๆ น้อย ๆ
English
In general :
One who was born in date 1 - 31 January , you are :-
- A person who has the sincerity , frankly , not tricky, like to work in procedural.
- A person who use the reason more than the temper.
- The calm , control oneself well.
- A person who have widespread vision and disciplinary in the work.
- A person who have tolerance.
- A person who will never failed.
You should work in transnational company , trust company , bank , political party , State Enterprises , government service , business , immovable property , real estate , housing development , mine , and agriculture.
Suggestions:
- Admit in the error of oneself because everyone can makes a mistake.
- Don't dote on in the praise, flatter from colleague too much.
- Think about the good.
- Don't envy the colleague and a person around you.
- Respect an elder , and give the considerateness to colleagues.
- When you get into trouble, think of the one who was born in April.
- The person who was born in October will support you and help you to meet the progress.
- The person who was born in January will always give you a chance.
- The person who was born in July will be your roll model.
- The person who was born January will give you wealthy.
- The person who was born August will be your financial supporter.
- The person who was born December will always believe in you.
- The person who was born May will help you to discover yourself.
- The person who was born March will help you to meet truly happiness and sometime may be complicated instead.
- You should stay away from the person who was born in November.
1つ1日生まれの人-1月3 1日、あなたは: -
*は、誠意を持っている人は、率直に言って、トリッキーない、手続きのように働く。
*を使用している人よりも気性の理由です。
*無風、うまくコントロールする。
*広範なビジョンとする人が懲戒の仕事です。
*人物が寛容だ。
*ある人は絶対に失敗しました。
適切なジョブ:
多国籍企業で働く必要が、信託会社、銀行、政党は、国有企業は、政府のサービス、ビジネス、不動産、不動産、住宅開発は、鉱山、および農業です。
あなたの周りの人は誰:
*トラブルに入るときには、 1つの考えは、今年4月に生まれた。
* 10月生まれの人はあなたをサポートする予定と進捗状況を満たすために役立ちます。
* 1月生まれの人は常にチャンスを与えることだ。
* 7月生まれの人は、ロールモデルにしています。
* 1月に生まれた人の場合は、富裕層を与える。
* 8月生まれの人はあなたの財政的な支持される。
* 12月に生まれた人はいつもあなたを信じている。
* 5月生まれの人は自分を発見するのに役立ちます。
* 3月生まれの人は本当に幸せに役立つといつかあなたに会うかもしれないの代わりに複雑です。
*必要から遠ざかっている人は11月に生まれた。
ที่มา : กุลสตรี ฉบับที่ 777 หน้าที่ 276 ทินกร อ่อง ฯ
Eating Rules
ด้วยจิตชื่อดังเจ้าของผลงานหนังสือ และซีดี I Can Make You Thin ที่ขายดีแนะนำไว้ สำหรับคนอยากผอม ควบคู่ไปกับการ
ออกกำลังกายที่ได้ผล คือ
*** กินเมื่อหิวเท่านั้น
*** กินเฉพาะในสิ่งที่อยาก ไม่ใช่คิดว่าต้องกินอะไรบ้าง
*** กินอย่างมีสติ และมีความสุข
*** หยุดกินเมื่ออิ่ม ไม่ควรกินต่อ เพราะเสียดายของ
" น้ำเปล่า" ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ
*** พบว่า เราจะลดน้ำหนักได้มากขึ้น ถ้าจิบน้ำบ่อย ๆ ให้ได้รวมปริมาณวันละ 8 แก้วขึ้นไป เพราะการที่ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ นั่นก็หมายความว่าไขมัน จะสูญสลายไปเร็วขึ้น... โดยเฉพาะน้ำอุ่น จะช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญ
ได้มากกว่าน้ำเย็น
มีเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่จะบอก เวลาทำงานเรามักจะยุ่งจนลืมดื่มน้ำ วิธีแก้ก็คือ วางแก้วน้ำหรือขวดน้ำไว้ใกล้มือ และจิบบ่อย ๆ
*** พยามยามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหวาน ๆ เช่น น้ำผลไม้ที่มีรสหวาน น้ำอัดลม แล้วหันมาดื่มน้ำเปล่าแทนดีกว่า เพราะพบว่า ผู้หญิงที่ดื่ม
เครื่องดื่มแคลอรี่ต่ำ เช่น น้ำอัดลมแบบไม่เติมน้ำตาล กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล จะลดน้ำหนักได้น้อยกว่าคนที่ดื่มน้ำเปล่า...
เชื่อเถอะค่ะ ว่าใคร ๆ ก็สามารถลดน้ำหนักเองได้อย่างมีความสุขไม่น้อยกว่าการใช้ชีวิตปกติ แต่เพียงพยายาม
ครองสติให้อยู่กับเนื้อกับตัว ไว้ให้ได้ตลอดเวลาก็เท่านั้น. พูดง่าย ๆ ก็คือการอยู่ในสภาพที่ไม่ใจลอย หรือหลงลืมไปว่ากำลัง
อยู่ในระหว่างการลดน้ำหนักอยู่ วิธีที่ใช้ลดน้ำหนักก็ไม่ใช่การบังคับเคี่ยวเข็ญตัวเอง แต่เป็นการกินอยู่ที่ทำด้วยความเข้าใจ มีเหตุผล
และยืดหยุ่น ภายใต้การวางแผนและการประเมินผลอยู่ตลอดเวลา...
....เริ่มต้นจากการวางแผนค่ะ ลองเขียนรายการที่เป็นสาเหตุที่ทำให้การลดน้ำหนักของเราล้มเหลว เช่น..
*** ชอบกินปาท่องโก๋ เจ้าอร่อยในตอนเช้า
*** คุณแม่ชอบทำอาหารอร่อย
*** ชอบเดินผ่านร้านไอศครีมหลังเข้าฟิตเนส
*** แวะหาขนมเค๊ก หรือพาย เจ้าอร่อยกลับบ้าน
*** เวลามีรอบเดือนเลยหยุดไปฟิตเนส แล้วก็ขี้เกียจไปอีกหลายวัน
.....หลังจากจดรายการที่ทำให้การลดน้ำหนักของเราล้มเหลวในหลายต่อหลายครั้งแล้ว ก็เริ่มจดบันทึกน้ำหนักของเราในวันนี้
พร้อมกับเขียนวันที่ลงไป แล้ว listลงไปว่าจะทำอย่างไรในแต่ละช่วงวัน พร้อมกับหาทางรับมือกับอุปสรรคที่เคยเกิดขึ้น เช่น
..เช้า.. วันนี้น้ำหนัก 53 กิโลกรัม(วันที่ 12 มีค.51)
- เราดื่มน้ำแอ๊ปเปิ้ลสไลเดอร์ผสมน้ำผึ้ง 1 แก้ว หลังตื่นนอน
- Sit up 20-30 ครั้ง แล้วเข้าห้องน้ำ
- กินซีเรียลผสมนม Low fat 1 ถ้วยเล็ก ตามด้วย ส้ม 1 ลูก
- ไม่กินปาท่องโก๋ ที่เพื่อนซื้อมาให้ เพราะอิ่มแล้ว
..สาย..
- กินนมถั่วเหลืองแบบ Low sugar ตอน 10 โมงเช้า ถ้าหิว
- จิบน้ำอุ่นตลอดเวลาที่รู้สึกหิว
- จะไม่กินขนม จนกว่าจะเที่ยง
..เที่ยง..
- ไม่กินบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เพราะจะทำให้หิวเร็ว
- กินผัดผักราดข้าว เพราะอยู่ท้องดี
- จะไม่กินขนมบัวลอยไข่หวาน ของโปรด แต่จะกินแอ๊ปเปิ้ลแดง 1 ลูกหรือส้ม 1 ลูกแทน
..บ่าย..
- ไม่กินอะไรจนกว่าจะบ่าย 3 โมง จอกจากจิบน้ำอุ่น..
- ซื้อชาเขียวแบบกล่อง ไว้ในตู้เย็นที่ทำงาน ไว้จิบเวลาหิว ช่วงบ่าย ๆ แล้วเตือนตัวเองว่า ชาเขียวมีประโยชน์ และฉัน
กำลังลดน้ำหนักอยู่
- เลิกงานแล้ว ถ้าไม่มีธุระแวะที่ไหน ก็จะตรงไป Fitness ทันที
..เย็น..
- ไม่อด แต่จะหานม Low fat หรือนมถั่วเหลืองอุ่น ๆ รองท้อง
- ถ้าแม่ทำกับข้าวอร่อย ก็จะตักกินแต่กับข้าวจานเล็ก ๆ แล้วบอกแม่ว่าอร่อยดี แต่อยากกินแกงจืดเต้าหู้ใส่เห็ดหอมบ้าง
- จะไม่กินขนมใส่กะทิ แต่จะชงชาเขียวอุ่น ๆ มาจิบแทน
- จะไม่กินถั่วอบ แล้วนั่งดูทีวี เพราะจะทำให้เพลิน
- รีบอาบน้ำ สระผม แล้วทาครีมบำรุง เพราะต้องท่องไว้ว่า ฉันต้องสวย และดูดี ตลอด
..ก่อนนอน..
- นั่งเขียนสรุปผลงานการลดน้ำหนักของตัวเอง
- สวดมนต์ก่อนนอน
- พยายามเข้านอนไม่เกิน 4ทุ่ม ตื่นขึ้นมาหน้าตาจะได้สดใส
....แล้วหยิบรายการที่เราบันทึกไว้ทั้งหมดมาแล้วใน 1 วัน ถ้าทำได้ให้เขียนเครื่องหมาย ถูก ถ้าทำไม่ได้ให้ทำเครื่องหมาย ผิด ทำได้ให้กากบาท
ไว้แล้ว..ประเมินผลสำหรับวันนี้ และวางแผนสำหรับในวันพรุ่งนี้ต่อไป ทำจนครบ 1 สัปดาห์ แล้วมาชั่งน้ำหนักใหม่ แล้วจดบันทึกไว้ แล้วดูความ
ก้าวหน้าในการลดน้ำหนักของตัวเองว่าเป็นอย่างไร ไม่ยาก สำหรับการดูแลตัวเอง ลองทำดูสิ!
Tip สำหรับการลดน้ำหนักอย่าง นักวางแผน
*** พยายามนึกถึงเป้าหมายของตัวเอง เมื่อเกิดความท้อแท้
*** ถ้าจำเป็นต้องกินเพื่องานสังคม ก็เลือกกินคำเล็ก ๆ ช้า ๆ และน้อย ๆ เข้าไว้
*** อย่าอด เพราะถ้าอดจะทำให้เราโหยหา
*** ให้รางวัลกับตัวเอง ที่ทำได้ตามแผน เช่น กินไอศครีม และช๊อคโคแลต บ้าง แต่อย่ากินมาก
*** เลือกซื้อผลไม้สด ดีกว่าขนมขบเคี้ยวที่ทำจากแป้งและน้ำตาล
*** หาเวลาออกกำลังกายโดยชวนเพื่อน หรือคนรู้ใจ
*** ถ้ายังไม่สำเร็จ ก็อนุโลมให้ตัวเองได้กิน แต่ต้องสัญญาว่ากินแค่ไหน ถึงจะหยุด
ฉันได้ทำมาแล้ว แล้วได้ผลเกินคาด ขอให้ทุกคนทำสำเร็จ ถ้าวางแผนที่ดีสำหรับการกินอย่างมีสติ....
(ข้อมูลเพิ่มเติม จากfitness+health+lifestyle magazine ,August 2007)
วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2551
อย่าเชื่อมั่นในฉลาก (Do not believe everything on label)
ไม่กินอะไรเลย ก่อนออกกำลังกาย ดีไหม ? Is eat nothing before exercise good ?
The body wants the energy in the exercise , should have some assemble of the carbohydrate such as soybean milk or the bread about half hour before.
体内のエネルギーは、運動を望んでは、いくつかの組み立てるはずの炭水化物のパンや牛乳などの大豆の約半分の1時間前です。
ลดอหารแล้วผอม จริงหรือ ? Food reduction makes us thin ?
วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551
สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย ไม่ไกลเกินฝัน
คงจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ไม่อยากมีสุขภาพดี อยากแก่เร็ว ใคร ๆ ก็อยากมีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลจากโรค การที่เราจะมีสุขภาพดี ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารที่เราทาน การพักผ่อนเพียงพอ การออกกำลังกาย
มีหลาย ๆ คนที่อยากมีสุขภาพดี แต่ไม่ชอบออกกำลังกาย ชอบกินตามใจปาก ฉันมีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่อยากแนะนำให้ลองไปทำดู ซึ่งได้ผลเกินคุ้มค่า
***ท้าทายตนเอง โดยตั้งเป้าหมายของการควบคุมน้ำหนัก ไม่ว่าคุณจะผอม หรืออ้วน จะต้องมีน้ำหนักตัวที่พอดี ไม่อ้วนเกินและไม่ผอมเกิน
แล้วคิดไว้ว่า คุณจะมีน้ำหนักอยูที่กี่กิโลกรัม
***สังเกตพฤติกรรมของตัวเอง ว่า ชอบทานอาหารหรือขนมจุกจิกมากน้อยแค่ไหน ในหนึ่งวัน ชอบหรือเกลียดอาหารชนิดใด นี่คือปัจจัยสำคัญ
ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยให้คุณควบคุมอาหารได้สำเร็จ
***ตรวจเช็คสุขภาพประจำปี อย่างสม่ำเสมอ แล้วจดบันทึกลงในสมุดบันทึกสุขภาพของคุณว่า คุณกำลังเจอโรคที่มาเยี่ยมเยือนคุณ เช่น คอเลสเตอรอล
โรคหัวใจ เบาหวาน หรือปล่าว แล้วเตรียมตัวหนีห่างจากมันและพยายามออกกำลังกาย
***อย่าเครียด เพราะความเครียด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอ้วนได้ เมื่อเราเครียดทำให้ร่างกายของเราหลั่งฮอน์โมนชนิดหนึ่งเรียกว่า
ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ซึ่งจะทำให้ระบบการเผาผลาญลดลง เมื่อเราเครียดจะทำให้เรากินอาหารเยอะกว่าปกติ
***พยายามสร้างแรงจูงใจ ในการออกกำลังกายให้กับตัวเอง เพราะแรงผลักดันที่มีพลังที่สุด ก็คือ แรงขับเคลื่อนภายในใจของเราเอง เช่น
...พยายามบอกกับตัวเองว่า "เราทำได้ " และต้องทำให้ได้ ไม่มีอะไรเหนือบ่ากว่าแรง.....
...สังเกต และชื่นชมกับพัฒนาการของตนเอง เช่น ทุกวันนี้ เราสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น แต่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย
เมื่อยล้าน้อยกว่าตอนแรกที่เพิ่งหันมาออกกำลังกาย
...เลือกรูปแบบที่ตัวเองชอบ เพื่อที่จะได้รู้สึกสนุกในการออกกำลังกาย
...คิดเสียว่า การออกกำลังกาย คือ การมอบสิ่งดี ๆ ให้ตนเอง และเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของตนเองอย่างแท้จริง
...ให้ รางวัลกับความความก้าวหน้าของตัวเอง เช่น เสื้อผ้าสวยงาม สำหรับรูปร่างที่ดีขึ้นของตัวเอง (ถ้าไม่มีใครชมก็ชมตัวเอง)
...มองหา บัดดี้ หรือคู่หูที่มีเป้าหมายเหมือนกัน จะได้เกิดแรงผลักดันและเกิดมานะในการฝึกหัดมากขึ้น
...เลือกชุด ออกกำลังกายที่สวยงาม และดูดี จะได้เพิ่มตวามรู้สึกดี ๆ ในตนเอง
***การนอนหลับพักผ่อน ให้เพียงพอ อย่านอนดึก
***ดื่มน้ำ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และทานอาหารได้น้อยลง
หลังจากปฏิบัติและได้ผลกับตับตัวเองมาแล้ว ฉันจึงต้องนำมาถ่ายทอดแก่ เพื่อน ๆ แล้วจะได้มีสุขภาพดี อ่อนกว่าวัย แล้วก็ไม่ไกล
เกินกว่าที่เพื่อน ๆ จะฝัน
*****"การนอนหลับ มีความสำคัญเท่ากับการออกกำลังกาย คู่กับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สร้างภูมิคุ้มกันโรค และทำให้ดูอ่อนกว่าวัย"*****
.....ฉันเชื่ออย่างนั้น แล้วก็ทำได้ด้วย.....
(ข้อมูลเพิ่มเติม จากนิตยสาร ชีวจิต ฉบับวันที่ 16 กพ.51// elle fitness ฉบับเดือน กค.2548)
หลับให้สบาย (For better sleep)
หาเวลาออกกำลังกายไม่ได้ หรือ ? (Can't find the time to exercise ?)
วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2551
ให้รางวัลกับตัวเองบ้าง (Treate yourself )
คุณอยากดูสดชื่นตลอดเวลา ไหม ? (Want to look and feel fresh every day ?)
วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2551
การเอาชนะโรคอยู่ที่ใจ
เพราะคิดว่าขนาดูภูมิแพ้ที่ ฉันเคยเป็นนั้น ฉันยังชนะได้ ซึ่งโรคนี้คนเป็นกันเยอะมากในปัจจุบัน เพราะฉันเคยไปหาหมอเกี่ยวกับภูมิแพ้ ที่คลีนิค หรือโรงพยาบาล
จะเห็นว่ามีคนไข้ไปรอหมอเพื่อตรวจรักษาโรคนี้กันเยอะมาก แทบจะเรียกว่าเป็นโรคฮิตของคนเมือง ราวกับว่าเป็นโรคติดต่อไปเสียแล้ว
........ทุกวันนี้ ฉันจะพยาบามหาหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ พอแวะร้านหนังสือเมื่อไหร่จะต้องตรงไปที่ ชั้นหนังสือสุขภาพก่อน แล้วจะหาหนังสือที่เกี่ยวกับ
การดูแลตัวเอง การเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกต้องและมีประโยชน์ การออกกำลังกาย จนเดี๋ยวนี้ที่บ้านจะมีหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพเต็มไปหมด
........ฉันเริ่มปฏิบัติตนเองใหม่ เพราะไม่อยากให้ภูมิแพ้กลับมาอีก โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร และการดำเนินชีวิตใหม่หมดอย่าง
จริงจัง เพื่อให้ภูมิต้านทานโรคดีขึ้น
........ตอนนี้เวลาไปไหน ฉันจะพกไดอารี่ หรือหนังสือจดบันทึกตลอดเวลา และที่ขาดไม่ได้ก็คือ โทรศัพท์มือถือ ปากกา ดินสอ จะเริ่มจดบันทึกทุกอย่างที่เกี่ยวกับ
ตัวเอง ในแต่ละวัน ทานอะไรเข้าไปในแต่ละมื้อ ตลอดจนบันทึกการออกกำลังกายด้วย
......คุณลองมาเริ่มวิธีง่าย ๆ ที่ฉันได้ทดลองมาแล้ว และได้ผลซึ่ง สามารถควบคุมน้ำหนักได้ผลอย่างต่อเนื่อง
..........1. รับประทานอาหารเช้า
2. รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำปานกลาง ในปริมาณควบคุมได้
3. ออกกำลังกาย ชนิดหนักปานกลาง แต่บ่อยครั้ง
4. ควบคุมตนเองอย่างสม่ำเสมอ เช่น ชั่งน้ำหนักเสมอ บันทึกอาหารที่ทานเข้าไป
รับประทานอาหารเช้า อย่าอดอาหารมื้อเช้าเด็ดขาด เพราะหลายคนคิดว่าอาหารเช้าไม่สำคัญ เนื่องจากไม่มีเวลาหรือ เกิดความยุ่งยาก ฉันเคยทดลองกับตัวเอง โดย
ไม่เคยทานอาหารเช้าเลย จะดื่มกาแฟ และทานพวกขนมคุ๊กกี้ ขนมเค๊ก ซึ่งคิดว่านี่คืออาหารเช้าเรา เลยทำให้ช่วงสาย ๆ จะหิวตลอดเวลา ต้องหาขนมทานจุกจิกตลอด
ก่อนถึงอาหารมื้อกลางวันเสมอ และที่สำคัญ โรคอ้วนถามหาแน่นอน
หลังจากเปลี่ยนมาทานอาหารเช้า ฉันพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ทำให้เราไม่อยากทานจุกจิก พอถึงเวลาอาหารกลางวัน จะทำให้ทานได้น้อยลง ไม่หิวบ่อย ๆ และ
ไม่อยากอาหารหรือเครื่องดื่มรสหวาน และทำให้รู้สึกทำงานอย่างมีความสุขและสดชื่นทั้งวัน
กินอาหารไขมันต่ำ อาหารเช้าที่อุดมด้วยคุณค่าของฉันจะเป็นพวก ข้าวต้มกล้อง ขนมปังโฮลวีท ซ๊เรียล นมถั่วเหลือง ซึ่งจะสลับกันไปแต่ละวัน แล้วตามด้วยผลไม้รสไม่หวาน
เช่น แอ๊ปเปิ้ล ส้ม หรือบางทีก็น้ำผลไม้สด
ตอนกลางวัน จะเป็นพวกสลัดผลไม้ สลัดผัก เกาเหลา ส้มตำ ปลา แล้วแต่ว่าจะหาอะไรทานได้ ส่วนตอนเย็น จะเน้นอาหารประเภทน้ำ เช่น ต้มจืด ผัดผัก แล้วตามด้วยผลไม่
สด เช่น ส้ม แอ๊ปเปิ้ล
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ






