Exercise boosts me up...
เวลาในหนึ่งสัปดาห์ ฉันทำงาน 5 วัน อีก 2 วันจะเป็นวันหยุดพักผ่อน ช่วงเวลาที่ เราได้พักผ่อนนี้ ฉันจะไม่ยอม
ให้เสียไปอย่างไร้ค่า เพราะเวลาของฉันมีความหมายมาก ฉันมานั่งนึกย้อนถึงเวลาที่ผ่านมาตั้งหลายปีว่า ทำไมเราปล่อยเวลาอันมีค่า
หมดไปอย่างน่าเสียดาย..
เมื่อก่อนตอนเริ่มทำงานใหม่ ๆ ฉันใช้เวลาเหมือนกับเด็กทั่วไปที่เรียนจบใหม่ และได้ทำงาน ก็คือ กิน เที่ยว สนุกสนาน
ไปวัน ๆ จนลืมนึกถึงตัวเองว่า ไม่มีสาระเลย
จำได้ว่า หลังจากสลัดชุดนักศึกษาแล้ว ทำงานครั้งแรก ตอนนั้นฉันมีรูปร่างผอมบาง น้ำหนักประมาณ 45-48 กิโลกรัม
เท่านั่น ด้วยความที่ฉันเป็นคนติดนิสัยตามใจปาก ชอบกินจุกจิก และเป็นคนชอบกินไอศครีมกับ ช๊อคโคแลตมาก และด้วยความคิดเข้าข้าง
ตัวเองว่า เรากินเท่าไหร่ ก็ไม่อ้วนหรอก ฉันจะกินน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่าเกือบทุกวัน เชื่อหรือไม่ว่า น้ำหนักฉันเริ่มขยับขึ้นเป็น 56-57 กิโลกรัม
ภายในระยะเวลา 3 เดือนแรกที่เข้าทำงาน
จุด...เริ่มต้นของการออกกำลังกาย
มีอยู่วันหนึ่ง เดินผ่านร้านหนังสือเห็นหน้าปก แม็กกาซีนฉบับหนึ่ง เป็นดารานางแบบคือ คุณลูกเกด (เมทินี กิ่งโพยม)
ซึ่งเป็นนางแบบชั้นนำของเมืองไทย ฉันชอบรูปร่างของเธอมาก แอบคิดในใจว่าอยากมีรูปร่างดีอย่างนี้ ก็เลยติดตามผลงานของเธอ
จนกระทั่งทราบว่า คุณลูกเกด เคยเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ และอ้วนมาก่อน เพราะดูจากรูปเก่า ๆ ของเธอ ที่รูปร่างดีขนาดนี้ เพราะออกกำลังกาย
และเป็นพรีเซนเตอร์ ของ fitness แห่งหนึ่ง ฉันก็เลยติดสินใจจะลดน้ำหนัก ให้เหลือเท่าเดิม โดยเน้นเรื่องการออกกำลีงกายเป็นหลัก
ที่เลือกเข้า fitness เพราะสะดวกดี และฉันเป็นคนชอบออกกำลังกายที่เหนื่อย และได้เหงื่อ จริง ๆ เช่น ปั่นจักรยาน
เข้า คลาสเต้น และต่อด้วยเวต
ไป fitness วันแรก เจอ เทรนเนอร์ ให้วัดระดับไขมัน มวลกล้ามเนื้อในร่างกาย เพื่อที่จะได้ทำโปรแกรมออกกำลังกาย
เห็นแล้ว ตกใจค่ะ เพราะไขมันเต็มตัวไปหมด ฉันบอกเทรนเนอร์ อยากให้ร่างกายแข็งแรง และ เฟิร์ม ซึ่งก็ได้คำแนะนำเรื่องอาหารการกินต่าง ๆ
ตลอดจนโปรแกรมการออกกำลังกาย พอได้พูดคุย ฟังคำแนะนำแล้วทำให้เข้าใจว่า จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ออกกำลังกายอย่างเดียว เรื่องอาหารก็มีส่วน
ในการลดน้ำหนักด้วย
ฉันเริ่มเข้า fitness 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ และแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ขึ้นไป โดยเริ่มจากอบอุ่น
ร่างกาย โดยการเดินบนเครื่องก่อน 30 นาที แล้วต่อด้วยการเล่น เวต และเข้าคลาสต่าง ๆ
ฉันใช้เวลา 3 เดือน ลดจาก 57 กิโลกรัม เหลือ 55 กิโลกรัม รู้สึกว่ารูปร่างดีขึ้น เฟิร์มขึ้น จนเพื่อน ๆ ทักว่า รูปร่างดีขึ้น
ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น จึงเข้า คอร์สกับ เทรนเนอร์ ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสัปดาห์ละ 2 ชม. รูปร่างฟิตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และควบคุม
อาหารไปพร้อมกับการออกกำลังกาย
กว่า 6 เดือน ที่ปรับพฤติกรรมการกินอาหารและวางแผนการออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักลดลงอีก 3 กิโลกรัม และมาหยุดที่
52 กิโลกรัม ตามเป้าหมายที่วางไว้ ตอนนี้ฉันสามารถพิสูจน์ได้ว่า ฉันทำได้ และบอกกับตัวเองว่า "ฉันรักตัวเอง"....
....เคล็ดลับส่วนตัว....
*** วันไหนกินมาก ก็จะเผ่าผลาญมาก โดยออกกำลังกายอย่างหนักและเข้า คลาสต่อเนื่อง
*** ถ้ารู้ตัวว่าน้ำหนักขึ้น จะไม่เดินผ่านเครื่องชั่งเด็ดขาด แต่ใช้วิธีออกกำลังกายอย่างหนักแทน
*** ท้าทายตัวเอง โดยตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายแข่งกับตัวเอง เพื่อเพิ่มความอดทนให้ร่างกาย
*** ออกกำลังกายโดยเริ่มให้ช้ากว่าเวลาปกติ เพื่อที่จะได้กลับบ้านแล้วเลยเวลาอาหารเย็น จะได้นอนเลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น