วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ถ้าคุณเกิดเดือน มีนาคม : คุณเป็นใครในออฟฟิศ

ถ้าคุณเกิดเดือน มีนาคม : คุณเป็นใครในออฟฟิศ

ถ้าคุณเกิดในวันที่ 1 – 31 เดือนมีนาคม คุณเป็นนักฝันที่อยู่กับความจริงตลอดเวลา ลึกล้ำ นำหน้าเพื่อนร่วมงานอยู่หลายก้าวเสมอ ๆ คนรอบข้างมักจะอ่อนใจหรือคาดเดาคุณไม่ถูก เพราะสิ่งที่คุณทำอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด และสิ่งที่คุณคิด คุณอาจจะไม่ได้ลงมือกระทำในเร็ววันนี้

คุณทำงานหนักโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และมีไฟฝันที่ไม่มีวันมอดดับ แม้จะไม่ค่อยได้รับกำลังใจจากใครเท่าใดก็ตาม

อุดมการณ์ในการทำงานของคุณก็คือ ‘ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน’ คุณจึงไม่ค่อยคิดถึงเรื่องโชคลาภวาสนาหรือการรอรับความช่วยเหลือจากใคร เพราะคุณทราบดีว่า การทำงานหนักเท่านั้นที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ

งานที่เหมาะสมกับคุณ

งาน ในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ พลังงาน เคมี โลหะ พลาสติก เครื่องหนัง และเครื่องนุ่งห่ม

จุดเด่นของคุณ

  • มีสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบสูง

  • เป็นนักเจรจาต่อรองที่ชาญฉลาด

  • จัดการเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ได้ดีเยี่ยม

  • มีวินัย และ เคารพกฎระเบียบขององค์กร

  • มีการศึกษาสูง และใฝ่หาวิชาความรู้อยู่เสมอ

  • เป็นคนมีจินตนาการกว้างไกล

  • กระตือรือร้น เป็นคนมีไฟ

  • นับถือและเชื่อมั่นในตัวเองสูง

  • แต่งกายดี มารยาทดี และนิสัยดี

จุดอ่อนของคุณ

  • เป็นคนโกรธง่าย หายช้า และจำนาน

  • เผด็จการ ขาดความเป็นประชาธิปไตย

  • ไม่หนักแน่น โลเล และเปลี่ยนใจบ่อย

ข้อควรทำและคำแนะนำดี ๆ สำหรับคุณ

  • เลือกที่จะไว้วางใจกับคน เพราะไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรในที่ทำงาน

  • รักษาขวัญและกำลังใจของตนเองไว้ให้ดี และพร้อมที่จะมอบให้ผู้อื่นเสมอ

  • เพิ่มความมีจุดเด่นในตัวเอง

  • พูดน้อย พูดสั้น และมั่นคงในคำพูด

  • งดการเสี่ยงโชคและการพนันทุกชนิด

  • หลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นในเรื่องศาสนาและการเมือง

เคล็ดลับความสำเร็จ

วันดีดี : วันพฤหัสบดี

สีที่ถูกโฉลก : สีเขียว และ สีม่วง

เลขที่นำโชค : เลข 7

12 ข้อควรจำสำหรับคนที่เกิดเดือนมกราคม

1. คนที่คุณควรจะนึกถึงเป็นคนแรกเมื่อมีปัญหา ได้แก่ คนเกิดเดือน มิถุนายน

2. คนที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้คุณได้พบกับความเจริญก้าวหน้า ได้แก่ คนที่เกิดเดือน ธันวาคม

3. คนที่ให้โอกาสคุณเสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มีนาคม

4. คนที่คุณควรจะยึดถือไว้เป็นแบบอย่างได้แก่ คนที่เกิดเดือน กันยายน

5. คนที่ช่วยให้คุณร่ำรวย ได้แก่ คนที่เกิดเดือน สิงหาคม

6. คนที่เป็นที่พึ่งทางการเงินให้คุณได้เสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน ตุลาคม

7. คนที่ทำให้คุณมีกำลังใจ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน เมษายน

8. คนที่เชื่อมั่นในการกระทำของคุณและเข้าข้างคุณเสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน กุมภาพันธ์

9. คนที่ทำให้คุณค้นพบตัวเอง ได้แก่ คนที่เกิดเดือน กรกฎาคม

10. คนที่ทำให้คุณได้พบความสุขที่แท้จริง ได้แก่ คนที่เกิดเดือน พฤศจิกายน

11. คนที่มักจะนำเรื่องยุ่งยากลำบากใจมาให้คุณอยู่เสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน พฤษภาคม

12. คนที่ควรจะอยู่ให้ห่างเอาไว้ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มกราคม

ถ้าเขาเกิดเดือนมกราคม : เขาเป็นใครในออฟฟิศ

ถ้าคุณมีเพื่อนร่วมงานที่เกิดเดือนมีนาคม

เขาเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และจินตนาการ เป็นทั้งนักสร้างฝัน และสร้างความจริงให้กับชีวิตตนเอง

เป็นคนมีมนุษยธรรมสูง ยอมไม่ได้ที่จะเห็นความไม่ถูกต้องในหน่วยงาน เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้ว่าบางครั้ง อาจจะนำความเดือดร้อนมาให้ ก็ยังยินดีรับ

เขาสามารถเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของทุกคนในออฟฟิศ ยกเว้น คนที่ชอบเอาเปรียบ เห็นแก่ได้ และชอบก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น

ถ้าคุณมีเจ้านายที่เกิดเดือน มีนาคม

เขาเป็นนักกฎหมายเจ้าระเบียบ ผู้คุมกฎเหล็กประจำออฟฟิศ เป็นคนที่เคร่งครัดต่อกฎระเบียบต่าง ๆ ขององค์กร เผด็จการเล็กน้อย และชอบให้คนอื่นเชื่อในสิ่งที่เขาเชื่อ

เขามีเทคนิคในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพ หยิ่งในศักดิ์ศรี มีแนวคิดเป็นของตัวเองเงินไม่สามารถซื้อเจ้านายที่เกิดเดือน มีนาคม คนนี้ได้

เขาเป็นพึ่งสำหรับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือว่าเรื่องส่วนตัว แม้ภายนอกจะดูเข้มงวด แต่ลึก ๆ แล้วเจ้านายคนนี้ก็เป็นที่เคารพรักของทุกคนมิใช่น้อย เขาสามารถชนะใจเพื่อนร่วมงานและมัดใจลูกน้องได้ก็เพราะความจริงใจและความปรารถนาดีที่มีอยู่ล้นเปี่ยม

ถ้าคุณมีลูกน้องที่เกิดเดือนมีนาคม

เขาเป็นคนรักความก้าวหน้า ต้องการทำวันนี้ให้ดีและคุ้มค่าที่สุด เพื่อวันข้างหน้าและอนาคตอันสดใส

เขาไม่ชอบงานที่พบปะผู้คนมากนัก แต่ถนัดในงานที่ต้องใช้สมอง เช่น งานวิเคราะห์ วิจัยต่าง ๆ

เป็นคนพูดน้อย ไม่ชอบแสดงความคิดเห็น และไม่ค่อยแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ขณะเดียวกันก็ชอบค้นหา ลองใจ และตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศ

ที่มา : หนังสือกุลสตรี ฉบับที 779 โดย ทินกร อ่อง ฯ

วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2551

วันนี้เชิญ คุณ ๆ มาออกกำลังกาย ตามราศี โดยจะทำนายทายทักนิสัยและสไตล์การออกกำลังกายที่เหมะสมกับทั้ง 12 ราศี

*** ราศีกรกฏ(เกิด 23 มิ.ย.-23 ก.ค.)

คุณอ่อนไหว ระแวดระวัง และหัวรั้น คุณจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เมื่อได้ฝึกโยคะพิลาทิส หรือออกกำลังกายโดยมีเทรนเนอร์คอยดูแล

*** ราศีสิงห์ (เกิด 24 ก.ค.-23 ส.ค.)

คุณออกจะเป็นคนบ้าพลังที่ออกกำลังกายได้เป็นชั่วโมง เหมาะกับพาวเวอร์โยคะ เดินป่า ปีนเขา เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานอย่างเต็มที่


*** ราศีกันย์ (เกิด 24ส.ค.-23 ก.ย.)

เพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ เช่นคุณ เหมาะกับการออกกำลังกายที่ได้เผาผลาญพลังงานพร้อมกับได้ผ่อนคลาย เช่น วิ่ง หรือว่ายน้ำ

*** ราศีตุล (เกิด 24 ก.ย.-23 ต.ค.)

คุณมีจินตนาการกว้างไกล คุณต้องการความสมดุลในชีวิต จึงเหมาะกับการฝึกโยคะ พิลาทิส และท่าบริหารที่ฝึกการทรงตัวด้วยฟิตบอล

*** ราศีพิจิก (เกิด 24 ต.ค.-22 พ.ย.)

คุณเป็นคนคิดมาก และเป็นพวกเก็บความรู้สึกเก่ง การปั่นจักยานโดยปรับแรงต้านหนักสลับเบาจะทำให้คุณลืมเรื่องรกสมองได้

*** ราศีธนู (เกิด 23 พ.ย.22 ธ.ค.)

คุณเป็นนักผจญภัยที่มีทักษะด้านกีฬา และชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง จึงเหมาะกับการปั่นจักรยาน วิ่ง ปีนผา หรือเข้าร่วมค่าย
กีฬากลางแจ้ง

*** ราศีมังกร (เกิด 23 ธ.ค.-19 ม.ค.)

สัญญลักษณ์ประจำราศี คือแพะ คุณจึงเหมาะกับการออกกำลังกายที่อาศัยความอึด เพื่อไปถึงเป้าหมายอย่าง ปั่นจักรยานทางไกล
หรือปีนเขา

*** ราศีกุมภ์ (เกิด 20 ม.ค.-19 ก.พ.)

สาวรักอิสระ เป็นตัวของตัวเองเช่นคุณ เหมาะกับกิจกรรมที่ใช้พละกำลัง แต่ให้ความรู้สึกเพลิดเพลินไปในตัว เช่น พายเรือ

*** ราศีมีน (เกิด 20 ก.พ.-20 มี.ค.)

สาวอ่อนไหว น้ำใจงามแบบนี้ ควรออกกำลังกายที่ช่วยทำให้ใจสงบ อย่างฝึกโยคะ หรือเข้าคลาสที่ได้ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

*** ราศีเมษ (เกิด 21 มี.ค.-20 เม.ย.)

คุณเป็นคนธาตุไฟ จึงมีความแอ๊คทีฟ และชอบการต่อสู้ จึงเหมาะกับการวิ่ง ชกมวย หรือ ปั่นจักรยานเป็นกลุ่ม เพื่อปลดปล่อยพลังงาน

*** ราศีพฤษภ (เกิด 21 เมย.-21 พ.ค.)

คุณเป็นคนชอบชีวีตสุขสบาย จึงเหมาะกับการออกกำลังกายที่เห็นผลชัดโดยไม่หนักเกินไป อย่างเช่น เดินเร็ว ต่อด้วยบริหารความ
แข็งแรงของกล้ามเนื้อ

*** ราศีเมถุน (เกิด 22 พ.ค.-22 มิ.ย.)

คุณเป็นคนที่มีนิสัยรักความท้าทาย และชอบทดลองสิ่งแปลกใหม่ เหมาะกับการออกกำลังกายรูปแบบละวันสลับกันไปเรื่อย ๆ


ทักทายนิสัย และแนะนำการออกกำลังกายให้คุณแล้ว ทีนี้ก็รีบแต่งตัว แล้วอย่าลืมมองกระจกแล้วเช็คตัวเอง เพื่อเพิ่มความมั่นใจอีกครั้ง
และเตรียมพร้อมสำหรับการออกกำลังกายอย่างสนุกสนาน....


(ข้อมูลจาก นิตยสาร Shape Thailand sep.2007)

ถ้าคุณเกิดเดือนกุมภาพันธ์ (1-28 ก.พ.) คุณเป็นใครในออฟฟิศ



ถ้าคุณเกิดในวันที่
1 – 29 กุมภาพันธ์ คุณเป็นคนโชคดีเพราะเป็นที่รักของมวลหมู่ญาติสนิทมิตรสหายมีผู้ใหญ่ให้ความเมตตา
ช่วยเหลือ สมกับที่เป็นบุคคลที่เกิดในเดือนแห่งความรักโดยแท้จริง



คุณเป็นผู้ฟังที่ดี
เก็บความลับเก่ง ซื่อสัตย์ต่อเพื่อนร่วมงานทั้งต่อหน้าและลับหลัง
เฉลียวฉลาดราดเปรื่องในทุก
ๆ เรื่องราวรอบตัว



คุณเชื่อเสมอว่าสิ่งดี
ๆ นั้นมีมากกว่าหนึ่งและอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ดังนั้น คุณจึงไม่ย่ำซ้ำรอยอยู่กับความสำเร็จแบบเดิม
ๆ คุณชอบที่จะก้าวต่อไปเพื่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และแปลกใหม่



ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นเสมอในเส้นทางการทำงานของคุณ
อาจจะตั้งแต่วันแรกที่ได้เข้ามาทำงานเลยทีเดียว
หลายสิ่งที่คาดคิดอาจจะผิดไปจากที่ตาดหวังแต่สิ่งที่ไม่เคยคาดหวัง
อาจจะสมหวังอย่างที่ไม่เคยคาดคิดนี่แหล่ะวิถีชีวิตของคุณ




งานที่เหมาะสมกับคุณ


งานที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสาร
เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
กล้องถ่ายรูป รถยนต์
และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่



จุดเด่นของคุณ



  • มีสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบสูง


  • โปร่งใส
    และจริงใจต่อองค์กร

  • แยกแยะเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานออกจากกันโดยเด็ดขาด

  • มีอุดมการณ์
    และอุดมคติที่สูงส่ง

  • มองโลกในแง่ดี
    และมีความหวัง

  • มีความมุ่งมั่น
    อดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค์

  • ไม่ยึดติดกับขนบธรรมเนียมประเพณีเก่า
    ๆ ในองค์กร


  • ไม่มีอคติกับใคร

  • ดูแลรักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจได้ดีเป็นพิเศษ





จุดอ่อนของคุณ



  • ไม่ถนัดในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า


  • มีปัญหาทางด้านการสื่อสารและการสื่อความหมายมักทำให้เกิดการเข้าใจผิดอยู่เป็นประจำ

  • ชอบก้าวก่ายงานของผู้อื่น
    แม้มิได้ตั้งใจก็ตาม




ข้อควรทำและคำแนะนำดี
ๆ สำหรับคุณ



  • อย่าผูกพันและอ่อนไหวไปกับหน่วยงาน
    องค์กร หรือบริษัทฯ เพราะว่าทั้งหมดเป็นสิ่งสมมุติและไม่มีชีวิต


  • ชมเชยเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ
    หากเขาทำในสิ่งที่คุณพึงพอใจ

  • แต่งกายให้ดูภูมิฐาน
    น่าเชื่อถือ

  • อย่าทำอะไรช้าเกินกว่ากำหนดโดยเด็ดขาด

  • พยายามรับฟังและเชื่อในเสียงส่วนใหญ่บ้าง
    แม้ว่าคุณจะรู้สึกฝืนใจอยู่บ้างก็ตาม

  • เพิ่มความทะเยอทะยาน
    และจุดมุ่งหมายในชีวิตให้สูงมากกว่าที่เป็นอยู่





เคล็ดลับความสำเร็จ


วันดีดี
:
วันเสาร์


สีที่ถูกโฉลก
: สีแดง



เลขที่นำโชค
: เลข 4







12 ข้อควรจำสำหรับคนที่เกิดเดือนมกราคม


1. คนที่คุณควรจะนึกถึงเป็นคนแรกเมื่อมีปัญหา
ได้แก่ คนเกิดเดือนพฤษภาคม




2. คนที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้คุณได้พบกับความเจริญก้าวหน้า
ได้แก่ คนที่เกิดเดือนพฤศจิกายน



3. คนที่ให้โอกาสคุณเสมอ
ได้แก่ คนที่เกิดเดือน กุมภาพันธ์



4. คนที่คุณควรจะยึดถือไว้เป็นแบบอย่างได้แก่
คนที่เกิดเดือน สิงหาคม



5. คนที่ช่วยให้คุณร่ำรวย
ได้แก่ คนที่เกิดเดือน กรกฎาคม




6. คนที่เป็นที่พึ่งทางการเงินให้คุณได้เสมอ
ได้แก่ คนที่เกิดเดือน กันยายน



7. คนที่ทำให้คุณมีกำลังใจ
ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มีนาคม



8. คนที่เชื่อมั่นในการกระทำของคุณและเข้าข้างคุณเสมอ
ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มกราคม



9. คนที่ทำให้คุณค้นพบตัวเอง
ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มิถุนายน




10. คนที่ทำให้คุณได้พบความสุขที่แท้จริง
ได้แก่ คนที่เกิดเดือน ตุลาคม



11. คนที่มักจะนำเรื่องยุ่งยากลำบากใจมาให้คุณอยู่เสมอ
ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มิถุนายน



12. คนที่ควรจะอยู่ให้ห่างเอาไว้
ได้แก่ คนที่เกิดเดือน ธันวาคม








ถ้าเขาเกิดเดือนมกราคม
: เขาเป็นใครในออฟฟิศ



ถ้าคุณมีเพื่อนร่วมงานที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์


เขาเป็นคนที่มีความมั่นใจในเองน้อยเกินไป
เปราะบาง และอ่อนไหวไปกับสรรพสิ่งรอบตัว
อ่อนโยนจนดูเหมือนจะอ่อนแอ
แต่ยังดีที่เขาไม่เคยยอมแพ้อะไรง่าย


เป็นคนที่ชอบสังเกตการณ์มากกว่าแสดงความคิดเห็น
เป็นคนชอบลงมือทำมากกว่าคุยโม้โอ้อวด
อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง



เป็นคนที่ให้เกียรติและเคารพในความเป็นส่วนตัวของทุกคน


ถ้าคุณมีเจ้านายที่เกิดเดือน
กุมภาพันธ์


เขาเป็นคนสบาย
ๆ ไม่จู้จี้จุกจิก ชอบมองที่ภาพรวม
มากกว่ารายละเอียดปลีกย่อย
มักเป็นคนที่เมื่อลงมือทำอะไรแล้วต้องทำให้ดี
มีประสิทธิผล ชอบรูปแบบการทำงานที่มีวิธีการและขั้นตอนที่ชัดเจน
เป็นคนมองการณ์ไกล และคิดถึงอนาคตอยู่เสมอ


เป็นคนที่ให้เกียรติและให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมงานทุกระดับชั้น
เป็นกันเอง ไม่ชอบดูถูกดูหมิ่นใคร



ดูเผิน
ๆ เหมือนเป็นคนโดดเดี่ยว
ชอบทำงานอยู่เงียบ ๆ คนเดียว
ไม่ชอบการทำงานเป็นทีม ไม่ชอบการระดมความคิด
รักสงบ และรักสันโดษเป็นที่สุด



ถ้าคุณมีลูกน้องที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์


เขาเป็นคนขี้อายและไม่ค่อยกล้าแสดงออก
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเขาคนนั้นก็มีดีอยู่ไม่น้อย
อาทิ ความคิดสร้างสรรค์ ความจงรักภักดี
และ ความซื่อสัตย์ เป็นต้น


การนิ่งเงียบและเฉยชาของเขา
มักทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิด
คิดว่าเขาเหนื่อยหน่าย อ่อนล้า
ไม่อยากทำงาน



>O<**แต่จริง
ๆ แล้ว เขาเป็นที่ทำงานทุกอย่างด้วยความรอบครอบ
ละเอียดถี่ถ้วน
และ ประณีตพิถีพิถัน




ที่มา
: หนังสือกุลสตรี
ฉบับที 778 โดย ทินกร
อ่อง ฯ




การออกกำลังกายให้ เหมาะกับ Lifestyle

มีเคล็ดลับมาบอกคุณ เกี่ยวกับการผสมผสานการออกกำลังกาย ให้เหมาะกับ สไตล์การดำเนินชีวิตของคุณ

*** รับงานอิสระ : เข้า fitness แบบเต็มตัว

หากคุณที่มีงานอิสระ ไม่มีเวลางานตายตัว สามารถจัดสรรเวลาว่างได้ครั้งละ มาก ๆ (ประมาณ 1-2 ชั่วโมงชึ้นไป) เช่น
ว่างช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย ถือได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบที่จะเพิ่มการออกกำลังกายเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

จะขอแนะนำให้คุณสมัครเป็นสมาชิกของ ฟิตเนสแห่งใดแห่งหนึ่ง ใกล้ๆ บ้านคุณ เพราะคุณมีเวลามาก พอที่จะเข้า ฟิตเนส
จ่ายค่าสมาชิกแล้วก็ไปออกกำลังกายบ่อย ๆ ให้คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป

หากคุณเป็นคนตื่นสาย ทำงานช่วงบ่าย ให้ใช้เวลาช่วงสาย ๆ ก่อนเที่ยง ออกกำลังกายด้วยการเข้าฟิตเนสหรือ ว่ายน้ำ เพราะ
การออกกำลังกายตอนเช้า จะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญของร่างกาย ตลอดทั้งวัน กินอะไรเข้าไปก็จะไม่เหลือตกค้างไว้ พอกพูนเป็นน้ำหนักภายหลัง

*** คุณเป็นคุณแม่ ผู้ยุ่งเหยิง : ออกกำลังกายแบบเก็บเล็กผสมน้อย

เนื่องจากคุณไม่อาจจัดสรรเวลา ออกกำลังกายได้ เนื่องจากคุณต้องดูแลบ้าน รับ-ส่งลูก หรือเลี้ยงลูกเล็กเอง คุณต้องมีเทคนิค
ชนิดแบบออกกำลังกายที่ไม่ต้องเสียงานเสียการ เช่น Sit-up ในระหว่างลูกนอนหลับ วิ่งขึ้น-ลง บันไดที่บ้าน หรือเปิด ซีดีออกกำลังกาย
ในขณะที่รอผ้าเข้าเครื่องซักผ้า

หรือคุณเป็นคุณแม่ที่ทำงานประจำ ลองใช้เวลาหลังจากเลิกงาน ในวันที่รอรับลูกเรียนพิเศษ ก็ไปว่ายน้ำ หรือวิ่ง จ๊อกกิ้ง เสีย 45 นาที
แล้วค่อยกลับไปรับลูก ดีกว่าคุณจะนั่งรออยูที่ร้านกาแฟ หรือร้านขนม เพราะจะทำให้คุณอ้วนโดยไม่รู้ตัว

*** สำหรับสาวที่ทำงานประจำ : พยายามเตือนตัวเองไว้ไม่ให้อู้


ถ้าคุณเป็นสาวออฟฟิศ ทำงานมีเวลาเข้า-ออก ที่แน่นอน เวลาที่เหลือเฟือ จะทำให้คุณไม่กระตือรือร้น หรือเป็นข้ออ้างในการไม่
ออกกำลังกายได้

บังคับตัวเองโดยการเข้า คอร์สโยคะ พิลเต้ หรือเข้า ฟิตเนสที่มีคอร์ส บอดี้คอมแบท ปั่นจักรยาน แอโรบิค โดยจ่ายเงินไปก่อนด้วย
เพื่อกันไม่ให้ตัวเองหาข้ออ้างไม่มาออกกำลังกาย

หรืออาจจะเพิ่มความสนุกสนานด้วยการช่วนเพื่อร่วมงานให้ไปออกกำลังกายด้วยกัน หรือออกรอบตีกอล์ฟกับลูกค้า ได้ออกกำลังกาย
ด้วย และได้สังคมเป็นของแถม สร้างประโยชน์ต่อหน้าที่การงานไปในตัว

*** คุณเป็นคนทำงานหามรุ่งหามค่ำ : ล๊อควันสุดสัปดาห์ ให้เป็นวันออกกำลังกาย

หากคุณเป็นทำงาน แบบเข้าบริษัทก่อนออกทีหลัง เดินออกจากออฟฟิศแล้ว fitness ก็ปิดเสียแล้ว คุณต้องหาเวลาในช่วง
วันหยุด คือ วันเสาร์-อาทิตย์ ออกกำลังกาย โดยล๊อคเวลาที่แน่นอน ใครมาชวนไปไหนวันเสาร์-อาทิตย์ ให้บอกไปว่าต้องไปออกกำลังก่อน ไม่เช่นนี้น
แล้วตลอด 7 วัน คุณจะหาเวลาว่างออกกำลังกายไม่ได้เลย

นอกจากนี้ คุณยังสามารถที่จะใช้เทคนิค ในชีวิตประจำวันของคุณ เพื่อที่ออกกำลังกายได้ทุกสถานการณ์ เช่น

งานบ้าน : การกวาดบ้าน เช็ดพื้น ดูดฝุ่น ก็ถือเป็นการออกกำลังกาย เพราะเผาผลาญแคลอรี่ไม่น้อยกว่าการเข้า ฟิตเนสและยัง
ช่วยให้หัวใจและปอดได้ทำงาน

ช๊อปปิ้ง : เป็นวิธีที่ออกกำลังกายที่สาว ๆ ชอบ เพราะการเดินเร็ว ๆ และหิ้วถุงหนัก ๆ จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ และช่วยให้กล้ามเนื้อ
กระชับ
มีเคล็ดลับ ที่จะบอกก็คือ กินอาหารให้อิ่มก่อนซื้อของ จะได้ไม่ซื้อไอศครีม หรือขนมหวาน กินระหว่างเดินช๊อปปิ้ง และเวลาหิวให้หยุด
ช๊อป อย่ารอจนหิวจัดโดยคิดว่าซื้อของให้เสร็จ ๆ ไปก่อนแล้วค่อยกินข้าว จะทำให้คุณหิวจนกินมากเกินความจำเป็น

ทำสวน : ถ้าบ้านคุณไม่มีคนสวน โดยทำเอง ก็เป็นการออกกำลังกายที่ดี เพราะการพรวนดิน ตัดหญ้า จะเผาผลาญแคลอรี่
ได้ประมาณ 100-300 แคลอรี่ ต่อ 1 ชั่วโมง

แต่มีเคล็ดลับ คือ คุณต้องออกแรงให้มากกว่าเดิม เพื่อเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และเมื่ออยู่ใกล้ต้นไม้แล้ว คุณจะได้รับอ๊อกซิเจน
และอากาศที่สดชื่นอย่างเต็มที่ ได้ออกกำลังกายแล้วยังได้สวนสวยอีกด้วย

การใช้ความสร้างสรรค์ คุณก็สามารถออกกำลังกายได้ทุกสถานการณ์ อาจจะลืมไปได้เลยว่า " การออกกำลังกายต้องไปยกลูกเหล็ก
อยู่ใน ฟิตเนส " เพราะในทุก ๆ ที่ ทุกเวลาในทุกกิจกรรมที่ทำ สามารถเผาผลาญ แคลอรี่ส่วนเกิน และช่วยกระชับรูปร่างได้
ซึ่งการผสมผสานการออกกำลังกาย ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแล้ว "การออกกำลังกายก็ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ หรือเหนือบ่า
กว่าแรง อีกแล้ว " ลองนำไปใช้กับตัวคุณแล้ว สุขภาพดี ก็จะตามมา.....

(ข้อมูลเพิ่มเติมจาก ความงามและบุคลิกภาพ โดย พรรณสิริ จิตรรัตน์ นิตยสาร กุลสตรี ฉบับที่ 823)

ออกกำลังกายตามราศี

วันนี้เชิญ คุณ ๆ มาออกกำลังกาย ตามราศี โดยจะทำนายทายทักนิสัยและสไตล์การออกกำลังกายที่เหมะสมกับทั้ง 12 ราศี

*** ราศีกรกฏ(เกิด 23 มิ.ย.-23 ก.ค.)

คุณอ่อนไหว ระแวดระวัง และหัวรั้น คุณจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น เมื่อได้ฝึกโยคะพิลาทิส หรือออกกำลังกายโดยมีเทรนเนอร์คอยดูแล

*** ราศีสิงห์ (เกิด 24 ก.ค.-23 ส.ค.)

คุณออกจะเป็นคนบ้าพลังที่ออกกำลังกายได้เป็นชั่วโมง เหมาะกับพาวเวอร์โยคะ เดินป่า ปีนเขา เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานอย่างเต็มที่


*** ราศีกันย์ (เกิด 24ส.ค.-23 ก.ย.)

เพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ เช่นคุณ เหมาะกับการออกกำลังกายที่ได้เผาผลาญพลังงานพร้อมกับได้ผ่อนคลาย เช่น วิ่ง หรือว่ายน้ำ

*** ราศีตุล (เกิด 24 ก.ย.-23 ต.ค.)

คุณมีจินตนาการกว้างไกล คุณต้องการความสมดุลในชีวิต จึงเหมาะกับการฝึกโยคะ พิลาทิส และท่าบริหารที่ฝึกการทรงตัวด้วยฟิตบอล

*** ราศีพิจิก (เกิด 24 ต.ค.-22 พ.ย.)

คุณเป็นคนคิดมาก และเป็นพวกเก็บความรู้สึกเก่ง การปั่นจักยานโดยปรับแรงต้านหนักสลับเบาจะทำให้คุณลืมเรื่องรกสมองได้

*** ราศีธนู (เกิด 23 พ.ย.22 ธ.ค.)

คุณเป็นนักผจญภัยที่มีทักษะด้านกีฬา และชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง จึงเหมาะกับการปั่นจักรยาน วิ่ง ปีนผา หรือเข้าร่วมค่าย
กีฬากลางแจ้ง

*** ราศีมังกร (เกิด 23 ธ.ค.-19 ม.ค.)

สัญญลักษณ์ประจำราศี คือแพะ คุณจึงเหมาะกับการออกกำลังกายที่อาศัยความอึด เพื่อไปถึงเป้าหมายอย่าง ปั่นจักรยานทางไกล
หรือปีนเขา

*** ราศีกุมภ์ (เกิด 20 ม.ค.-19 ก.พ.)

สาวรักอิสระ เป็นตัวของตัวเองเช่นคุณ เหมาะกับกิจกรรมที่ใช้พละกำลัง แต่ให้ความรู้สึกเพลิดเพลินไปในตัว เช่น พายเรือ

*** ราศีมีน (เกิด 20 ก.พ.-20 มี.ค.)

สาวอ่อนไหว น้ำใจงามแบบนี้ ควรออกกำลังกายที่ช่วยทำให้ใจสงบ อย่างฝึกโยคะ หรือเข้าคลาสที่ได้ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

*** ราศีเมษ (เกิด 21 มี.ค.-20 เม.ย.)

คุณเป็นคนธาตุไฟ จึงมีความแอ๊คทีฟ และชอบการต่อสู้ จึงเหมาะกับการวิ่ง ชกมวย หรือ ปั่นจักรยานเป็นกลุ่ม เพื่อปลดปล่อยพลังงาน

*** ราศีพฤษภ (เกิด 21 เมย.-21 พ.ค.)

คุณเป็นคนชอบชีวีตสุขสบาย จึงเหมาะกับการออกกำลังกายที่เห็นผลชัดโดยไม่หนักเกินไป อย่างเช่น เดินเร็ว ต่อด้วยบริหารความ
แข็งแรงของกล้ามเนื้อ

*** ราศีเมถุน (เกิด 22 พ.ค.-22 มิ.ย.)

คุณเป็นคนที่มีนิสัยรักความท้าทาย และชอบทดลองสิ่งแปลกใหม่ เหมาะกับการออกกำลังกายรูปแบบละวันสลับกันไปเรื่อย ๆ


ทักทายนิสัย และแนะนำการออกกำลังกายให้คุณแล้ว ทีนี้ก็รีบแต่งตัว แล้วอย่าลืมมองกระจกแล้วเช็คตัวเอง เพื่อเพิ่มความมั่นใจอีกครั้ง
และเตรียมพร้อมสำหรับการออกกำลังกายอย่างสนุกสนาน....


(ข้อมูลจาก นิตยสาร Shape Thailand sep.2007)

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2551

แนะนำเว็บไซต์ใหม่ของเรา สำหรับท่านที่ชอบเรื่องอาหารการกิน

เป็นเว็บไซต์ที่แนะนำสูตรอาหาร เน้นที่สูตรเพื่อสุขภาพและอาหารสูตรโบราณ ใครสนใจ ให้คำแนะนำ หรือมีสูตรที่ต้องการเผยแพร่ เชิญได้ที่ http://recipesthai.10gbfreehost.com/recipe/

วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551

Exercise boosts me up...


Exercise boosts me up...

เวลาในหนึ่งสัปดาห์ ฉันทำงาน 5 วัน อีก 2 วันจะเป็นวันหยุดพักผ่อน ช่วงเวลาที่ เราได้พักผ่อนนี้ ฉันจะไม่ยอม
ให้เสียไปอย่างไร้ค่า เพราะเวลาของฉันมีความหมายมาก ฉันมานั่งนึกย้อนถึงเวลาที่ผ่านมาตั้งหลายปีว่า ทำไมเราปล่อยเวลาอันมีค่า
หมดไปอย่างน่าเสียดาย..

เมื่อก่อนตอนเริ่มทำงานใหม่ ๆ ฉันใช้เวลาเหมือนกับเด็กทั่วไปที่เรียนจบใหม่ และได้ทำงาน ก็คือ กิน เที่ยว สนุกสนาน
ไปวัน ๆ จนลืมนึกถึงตัวเองว่า ไม่มีสาระเลย

จำได้ว่า หลังจากสลัดชุดนักศึกษาแล้ว ทำงานครั้งแรก ตอนนั้นฉันมีรูปร่างผอมบาง น้ำหนักประมาณ 45-48 กิโลกรัม
เท่านั่น ด้วยความที่ฉันเป็นคนติดนิสัยตามใจปาก ชอบกินจุกจิก และเป็นคนชอบกินไอศครีมกับ ช๊อคโคแลตมาก และด้วยความคิดเข้าข้าง
ตัวเองว่า เรากินเท่าไหร่ ก็ไม่อ้วนหรอก ฉันจะกินน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่าเกือบทุกวัน เชื่อหรือไม่ว่า น้ำหนักฉันเริ่มขยับขึ้นเป็น 56-57 กิโลกรัม
ภายในระยะเวลา 3 เดือนแรกที่เข้าทำงาน

จุด...เริ่มต้นของการออกกำลังกาย

มีอยู่วันหนึ่ง เดินผ่านร้านหนังสือเห็นหน้าปก แม็กกาซีนฉบับหนึ่ง เป็นดารานางแบบคือ คุณลูกเกด (เมทินี กิ่งโพยม)
ซึ่งเป็นนางแบบชั้นนำของเมืองไทย ฉันชอบรูปร่างของเธอมาก แอบคิดในใจว่าอยากมีรูปร่างดีอย่างนี้ ก็เลยติดตามผลงานของเธอ
จนกระทั่งทราบว่า คุณลูกเกด เคยเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ และอ้วนมาก่อน เพราะดูจากรูปเก่า ๆ ของเธอ ที่รูปร่างดีขนาดนี้ เพราะออกกำลังกาย
และเป็นพรีเซนเตอร์ ของ fitness แห่งหนึ่ง ฉันก็เลยติดสินใจจะลดน้ำหนัก ให้เหลือเท่าเดิม โดยเน้นเรื่องการออกกำลีงกายเป็นหลัก

ที่เลือกเข้า fitness เพราะสะดวกดี และฉันเป็นคนชอบออกกำลังกายที่เหนื่อย และได้เหงื่อ จริง ๆ เช่น ปั่นจักรยาน
เข้า คลาสเต้น และต่อด้วยเวต

ไป fitness วันแรก เจอ เทรนเนอร์ ให้วัดระดับไขมัน มวลกล้ามเนื้อในร่างกาย เพื่อที่จะได้ทำโปรแกรมออกกำลังกาย
เห็นแล้ว ตกใจค่ะ เพราะไขมันเต็มตัวไปหมด ฉันบอกเทรนเนอร์ อยากให้ร่างกายแข็งแรง และ เฟิร์ม ซึ่งก็ได้คำแนะนำเรื่องอาหารการกินต่าง ๆ
ตลอดจนโปรแกรมการออกกำลังกาย พอได้พูดคุย ฟังคำแนะนำแล้วทำให้เข้าใจว่า จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ออกกำลังกายอย่างเดียว เรื่องอาหารก็มีส่วน
ในการลดน้ำหนักด้วย

ฉันเริ่มเข้า fitness 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ และแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ขึ้นไป โดยเริ่มจากอบอุ่น
ร่างกาย โดยการเดินบนเครื่องก่อน 30 นาที แล้วต่อด้วยการเล่น เวต และเข้าคลาสต่าง ๆ

ฉันใช้เวลา 3 เดือน ลดจาก 57 กิโลกรัม เหลือ 55 กิโลกรัม รู้สึกว่ารูปร่างดีขึ้น เฟิร์มขึ้น จนเพื่อน ๆ ทักว่า รูปร่างดีขึ้น
ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น จึงเข้า คอร์สกับ เทรนเนอร์ ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสัปดาห์ละ 2 ชม. รูปร่างฟิตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และควบคุม
อาหารไปพร้อมกับการออกกำลังกาย

กว่า 6 เดือน ที่ปรับพฤติกรรมการกินอาหารและวางแผนการออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักลดลงอีก 3 กิโลกรัม และมาหยุดที่
52 กิโลกรัม ตามเป้าหมายที่วางไว้ ตอนนี้ฉันสามารถพิสูจน์ได้ว่า ฉันทำได้ และบอกกับตัวเองว่า "ฉันรักตัวเอง"....


....เคล็ดลับส่วนตัว....

*** วันไหนกินมาก ก็จะเผ่าผลาญมาก โดยออกกำลังกายอย่างหนักและเข้า คลาสต่อเนื่อง

*** ถ้ารู้ตัวว่าน้ำหนักขึ้น จะไม่เดินผ่านเครื่องชั่งเด็ดขาด แต่ใช้วิธีออกกำลังกายอย่างหนักแทน

*** ท้าทายตัวเอง โดยตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายแข่งกับตัวเอง เพื่อเพิ่มความอดทนให้ร่างกาย

*** ออกกำลังกายโดยเริ่มให้ช้ากว่าเวลาปกติ เพื่อที่จะได้กลับบ้านแล้วเลยเวลาอาหารเย็น จะได้นอนเลย

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2551

ถ้าคุณเกิดเดือนมกราคม (1-31 ม.ค.) คุณเป็นใครในออฟฟิศ /If you were born in January/

もし、あなたが1月に生まれる。

ลักษณะทั่วไป :


ถ้าคุณเกิดในวันที่ 1 – 31 มกราคม คุณเป็นคนที่มีความจริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่ชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมและไม่ชอบเอาเปรียบใคร ชอบทำอะไรตามขั้นตอนระบบและกระบวนการ

เป็นคนที่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ใจเย็น ควบคุมตัวเองได้ดี และเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีระเบียบวินัยในการทำงาน

เป็นคนที่มีความอดทนสูง หนักแน่น และมั่นคงสามารถถอดใจรอคอยความสำเร็จไม่ว่านานแค่ไหนด้วยความหวังและกำลังใจที่ไม่มีวันหมด

งานที่เหมาะสม
งานในบริษัทข้ามชาติ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนาคาร พรรคการเมือง รัฐวิสาหกิจ ราชการ ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน บ้านจัดสรร เหมืองแร่ และ เกษตรกรรม

จุดแข็ง
  • ทำงานดี มีคุณภาพและต้องการค่าตอบแทนที่เหมาะสม
  • ชื่นชอบการทำงานเป็นทีม
  • แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
  • ควบคุมตัวเองได้ดี มีระเบียบวินัย
  • ให้ความสำคัญกับความยุติธรรมและความเสมอภาค
  • เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์สุขส่วนตน
  • มีเชาวน์ไวไหวพริบที่ทุกคนยอมรับ
  • ต้องการชื่อเสียง เกียรติยศ และการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน
  • ตั้งความหวังในตำแหน่งหน้าที่การงานไว้สูง

จุดอ่อน
  • เป็นคนเลือกงาน และ เลือกเจ้านาย
  • บางครั้งชอบคิดว่าเพื่อนร่วมงานมีความสามารถน้อยกว่าตัวเอง
  • มักไม่ค่อยเข้าใจในความคิดและพฤติกรรมของผู้อื่น

ข้อแนะนำสำหรับคุณ

  • ยอมรับในความผิดพลาดของตัวเอง เพราะทุกชีวิตมีสิทธิผิดพลาดกันได้ทุกคน
  • อย่าหลงใหลในคำชื่นชม ยกย่อง เยินยอของเพื่อนร่วมงานจนเกินพอดี
  • คิดแต่เรื่องที่ดี ทำแต่สิ่งที่สบายใจ
  • อย่าอิจฉาเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้างเฉพาะด้านที่ดีเท่านั้น
  • เคารพผู้อาวุโส และให้ความเกรงใจต่อเพื่อนร่วมงานทุกระดับชั้น

เคล็ดลับ
  • วันดีดี : วันเสาร์
  • สีที่ถูกโฉลก : สีดำ สีน้ำเงินเข้ม สีม่วง
  • เลขที่นำโชค : เลข 8


คนรอบข้าง

1. คนที่คุณควรจะนึกถึงเป็นคนแรกเมื่อมีปัญหา ได้แก่ คนเกิดเดือนเมษายน
2. คนที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้คุณได้พบกับความเจริญก้าวหน้า ได้แก่ คนที่เกิดเดือนตุลาคม
3. คนที่ให้โอกาสคุณเสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มกราคม
4. คนที่คุณควรจะยึดถือไว้เป็นแบบอย่างได้แก่ คนที่เกิดเดือนกรกฎาคม
5. คนที่ช่วยให้คุณร่ำรวย ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มกราคม
6. คนที่เป็นที่พึ่งทางการเงินให้คุณได้เสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน สิงหาคม
7. คนที่ทำให้คุณมีกำลังใจ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน กุมภาพันธ์
8. คนที่เชื่อมั่นในการกระทำของคุณและเข้าข้างคุณเสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน ธันวาคม
9. คนที่ทำให้คุณค้นพบตัวเอง ได้แก่ คนที่เกิดเดือน พฤษภาคม
10. คนที่ทำให้คุณได้พบความสุขที่แท้จริง ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มีนาคม
11. คนที่มักจะนำเรื่องยุ่งยากลำบากใจมาให้คุณอยู่เสมอ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน มีนาคม
12. คนที่ควรจะอยู่ให้ห่างเอาไว้ ได้แก่ คนที่เกิดเดือน พฤศจิกายน


บทบาทในที่ทำงาน

1) ถ้าคุณมีเพื่อนร่วมงานที่เกิดเดือนมกราคม

เขาเป็นคนรักงานรักความถูกต้องและความยุติธรรม ทั้งชีวิตอุทิศตนให้กับงาน ชื่นชอบงานหนัก รักงานที่บุกเบิก ท้าทาย โดยเฉพาะงานที่ไม่มีใครเคยทำสำเร็จมาก่อน หากมีงานที่ไม่เหมาะสมกับความสามารถ เขาจะรู้สึกว่า ตนเองไร้ค่าไม่มีความหมายต่อองค์กร

เป็นคนไม่เอาเปรียบใคร เขาจะคิดอยู่เสมอว่าวันหนึ่ง ๆ ได้ทำงานคุ้มค่ากับเงินเดือนแล้วหรือยัง เพราะเขาพร้อมที่จะทุ่มเท่สุดกำลังความสามารถ เพื่อความสำเร็จของหน่วยงาน และทุก ๆ คน


2) ถ้าคุณมีเจ้านายที่เกิดเดือน มกราคม

เขาเป็นผู้นำที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีเทคนิค ชั้นเชิง และ กลยุทธ์ในการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม เป็นคนพูดจริงทำจริง และเก่งจริงสมกับที่ออฟฟิศภาคภูมิใจ

เป็นคนเข้มแข็งและไม่ท้อแท้กับอะไรง่าย ๆ คำนึงถึงความเจริญก้าวหน้าขององค์กรมากกว่าความอยากได้ อยากมี และอยากเป็นของตัวเอง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีถ้าใครมีหัวหน้าหรือเจ้านายที่เกิดในเดือน มกาคม


3) ถ้าคุณมีลูกน้องที่เกิดเดือนมกราคม

เขาเป็นคนรู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบสูง ไม่ชอบให้ใครมาบงการ สั่งการ หรือวางอำนาจ แต่ถ้ามาขอร้องให้ช่วยละก็ เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือเต็มที่ เต็มตัวและหัวใจ

เป็นคนมองโลกในแง่ดี มีความสุข ความสบายใจในการทำงานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานหนัก งานเบา งานยาก งานง่าย เขารับมือได้หมด


>O<**โดยปกติเป็นคนรอบคอบ ทำงานใหญ่ไม่เคยพลาดแต่มักจะขาดตกบกพร่องไปบ้างในงานเล็ก ๆ น้อย ๆ

English

In general :
One who was born in date 1 - 31 January , you are :-
  • A person who has the sincerity , frankly , not tricky, like to work in procedural.
  • A person who use the reason more than the temper.
  • The calm , control oneself well.
  • A person who have widespread vision and disciplinary in the work.
  • A person who have tolerance.
  • A person who will never failed.
Appropriate jobs:

You should work in transnational company , trust company , bank , political party , State Enterprises , government service , business , immovable property , real estate , housing development , mine , and agriculture.

Suggestions:
  • Admit in the error of oneself because everyone can makes a mistake.
  • Don't dote on in the praise, flatter from colleague too much.
  • Think about the good.
  • Don't envy the colleague and a person around you.
  • Respect an elder , and give the considerateness to colleagues.
Who is who around you:
  • When you get into trouble, think of the one who was born in April.
  • The person who was born in October will support you and help you to meet the progress.
  • The person who was born in January will always give you a chance.
  • The person who was born in July will be your roll model.
  • The person who was born January will give you wealthy.
  • The person who was born August will be your financial supporter.
  • The person who was born December will always believe in you.
  • The person who was born May will help you to discover yourself.
  • The person who was born March will help you to meet truly happiness and sometime may be complicated instead.
  • You should stay away from the person who was born in November.
Japanese:

1つ1日生まれの人-1月3 1日、あなたは: -

*は、誠意を持っている人は、率直に言って、トリッキーない、手続きのように働く。
*を使用している人よりも気性の理由です。
*無風、うまくコントロールする。
*広範なビジョンとする人が懲戒の仕事です。
*人物が寛容だ。
*ある人は絶対に失敗しました。

適切なジョブ:

多国籍企業で働く必要が、信託会社、銀行、政党は、国有企業は、政府のサービス、ビジネス、不動産、不動産、住宅開発は、鉱山、および農業です。

あなたの周りの人は誰:

*トラブルに入るときには、 1つの考えは、今年4月に生まれた。
* 10月生まれの人はあなたをサポートする予定と進捗状況を満たすために役立ちます。
* 1月生まれの人は常にチャンスを与えることだ。
* 7月生まれの人は、ロールモデルにしています。
* 1月に生まれた人の場合は、富裕層を与える。
* 8月生まれの人はあなたの財政的な支持される。
* 12月に生まれた人はいつもあなたを信じている。
* 5月生まれの人は自分を発見するのに役立ちます。
* 3月生まれの人は本当に幸せに役立つといつかあなたに会うかもしれないの代わりに複雑です。
*必要から遠ざかっている人は11月に生まれた。

ที่มา : กุลสตรี ฉบับที่ 777 หน้าที่ 276 ทินกร อ่อง ฯ

Eating Rules

การลดความอ้วน ไม่ได้ยากอย่างที่คิด สิ่งสำคัญที่สุดคือ ใจของเราเอง ลองใช้กฏหลัก 4 ประการของ พอล แม็คเคนน่า นักบำบัด
ด้วยจิตชื่อดังเจ้าของผลงานหนังสือ และซีดี I Can Make You Thin ที่ขายดีแนะนำไว้ สำหรับคนอยากผอม ควบคู่ไปกับการ
ออกกำลังกายที่ได้ผล คือ

*** กินเมื่อหิวเท่านั้น

*** กินเฉพาะในสิ่งที่อยาก ไม่ใช่คิดว่าต้องกินอะไรบ้าง

*** กินอย่างมีสติ และมีความสุข

*** หยุดกินเมื่ออิ่ม ไม่ควรกินต่อ เพราะเสียดายของ


" น้ำเปล่า" ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ

*** พบว่า เราจะลดน้ำหนักได้มากขึ้น ถ้าจิบน้ำบ่อย ๆ ให้ได้รวมปริมาณวันละ 8 แก้วขึ้นไป เพราะการที่ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ นั่นก็หมายความว่าไขมัน จะสูญสลายไปเร็วขึ้น... โดยเฉพาะน้ำอุ่น จะช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญ
ได้มากกว่าน้ำเย็น
มีเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่จะบอก เวลาทำงานเรามักจะยุ่งจนลืมดื่มน้ำ วิธีแก้ก็คือ วางแก้วน้ำหรือขวดน้ำไว้ใกล้มือ และจิบบ่อย ๆ

*** พยามยามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหวาน ๆ เช่น น้ำผลไม้ที่มีรสหวาน น้ำอัดลม แล้วหันมาดื่มน้ำเปล่าแทนดีกว่า เพราะพบว่า ผู้หญิงที่ดื่ม
เครื่องดื่มแคลอรี่ต่ำ เช่น น้ำอัดลมแบบไม่เติมน้ำตาล กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล จะลดน้ำหนักได้น้อยกว่าคนที่ดื่มน้ำเปล่า...


เชื่อเถอะค่ะ ว่าใคร ๆ ก็สามารถลดน้ำหนักเองได้อย่างมีความสุขไม่น้อยกว่าการใช้ชีวิตปกติ แต่เพียงพยายาม
ครองสติให้อยู่กับเนื้อกับตัว ไว้ให้ได้ตลอดเวลาก็เท่านั้น. พูดง่าย ๆ ก็คือการอยู่ในสภาพที่ไม่ใจลอย หรือหลงลืมไปว่ากำลัง
อยู่ในระหว่างการลดน้ำหนักอยู่ วิธีที่ใช้ลดน้ำหนักก็ไม่ใช่การบังคับเคี่ยวเข็ญตัวเอง แต่เป็นการกินอยู่ที่ทำด้วยความเข้าใจ มีเหตุผล
และยืดหยุ่น ภายใต้การวางแผนและการประเมินผลอยู่ตลอดเวลา...

....เริ่มต้นจากการวางแผนค่ะ ลองเขียนรายการที่เป็นสาเหตุที่ทำให้การลดน้ำหนักของเราล้มเหลว เช่น..

*** ชอบกินปาท่องโก๋ เจ้าอร่อยในตอนเช้า

*** คุณแม่ชอบทำอาหารอร่อย

*** ชอบเดินผ่านร้านไอศครีมหลังเข้าฟิตเนส

*** แวะหาขนมเค๊ก หรือพาย เจ้าอร่อยกลับบ้าน

*** เวลามีรอบเดือนเลยหยุดไปฟิตเนส แล้วก็ขี้เกียจไปอีกหลายวัน

.....หลังจากจดรายการที่ทำให้การลดน้ำหนักของเราล้มเหลวในหลายต่อหลายครั้งแล้ว ก็เริ่มจดบันทึกน้ำหนักของเราในวันนี้
พร้อมกับเขียนวันที่ลงไป แล้ว listลงไปว่าจะทำอย่างไรในแต่ละช่วงวัน พร้อมกับหาทางรับมือกับอุปสรรคที่เคยเกิดขึ้น เช่น

..เช้า.. วันนี้น้ำหนัก 53 กิโลกรัม(วันที่ 12 มีค.51)

- เราดื่มน้ำแอ๊ปเปิ้ลสไลเดอร์ผสมน้ำผึ้ง 1 แก้ว หลังตื่นนอน
- Sit up 20-30 ครั้ง แล้วเข้าห้องน้ำ
- กินซีเรียลผสมนม Low fat 1 ถ้วยเล็ก ตามด้วย ส้ม 1 ลูก
- ไม่กินปาท่องโก๋ ที่เพื่อนซื้อมาให้ เพราะอิ่มแล้ว
..สาย..

- กินนมถั่วเหลืองแบบ Low sugar ตอน 10 โมงเช้า ถ้าหิว
- จิบน้ำอุ่นตลอดเวลาที่รู้สึกหิว
- จะไม่กินขนม จนกว่าจะเที่ยง
..เที่ยง..

- ไม่กินบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เพราะจะทำให้หิวเร็ว
- กินผัดผักราดข้าว เพราะอยู่ท้องดี
- จะไม่กินขนมบัวลอยไข่หวาน ของโปรด แต่จะกินแอ๊ปเปิ้ลแดง 1 ลูกหรือส้ม 1 ลูกแทน

..บ่าย..

- ไม่กินอะไรจนกว่าจะบ่าย 3 โมง จอกจากจิบน้ำอุ่น..
- ซื้อชาเขียวแบบกล่อง ไว้ในตู้เย็นที่ทำงาน ไว้จิบเวลาหิว ช่วงบ่าย ๆ แล้วเตือนตัวเองว่า ชาเขียวมีประโยชน์ และฉัน
กำลังลดน้ำหนักอยู่
- เลิกงานแล้ว ถ้าไม่มีธุระแวะที่ไหน ก็จะตรงไป Fitness ทันที

..เย็น..

- ไม่อด แต่จะหานม Low fat หรือนมถั่วเหลืองอุ่น ๆ รองท้อง
- ถ้าแม่ทำกับข้าวอร่อย ก็จะตักกินแต่กับข้าวจานเล็ก ๆ แล้วบอกแม่ว่าอร่อยดี แต่อยากกินแกงจืดเต้าหู้ใส่เห็ดหอมบ้าง
- จะไม่กินขนมใส่กะทิ แต่จะชงชาเขียวอุ่น ๆ มาจิบแทน
- จะไม่กินถั่วอบ แล้วนั่งดูทีวี เพราะจะทำให้เพลิน
- รีบอาบน้ำ สระผม แล้วทาครีมบำรุง เพราะต้องท่องไว้ว่า ฉันต้องสวย และดูดี ตลอด

..ก่อนนอน..

- นั่งเขียนสรุปผลงานการลดน้ำหนักของตัวเอง
- สวดมนต์ก่อนนอน
- พยายามเข้านอนไม่เกิน 4ทุ่ม ตื่นขึ้นมาหน้าตาจะได้สดใส

....แล้วหยิบรายการที่เราบันทึกไว้ทั้งหมดมาแล้วใน 1 วัน ถ้าทำได้ให้เขียนเครื่องหมาย ถูก ถ้าทำไม่ได้ให้ทำเครื่องหมาย ผิด ทำได้ให้กากบาท
ไว้แล้ว..ประเมินผลสำหรับวันนี้ และวางแผนสำหรับในวันพรุ่งนี้ต่อไป ทำจนครบ 1 สัปดาห์ แล้วมาชั่งน้ำหนักใหม่ แล้วจดบันทึกไว้ แล้วดูความ
ก้าวหน้าในการลดน้ำหนักของตัวเองว่าเป็นอย่างไร ไม่ยาก สำหรับการดูแลตัวเอง ลองทำดูสิ!

Tip สำหรับการลดน้ำหนักอย่าง นักวางแผน

*** พยายามนึกถึงเป้าหมายของตัวเอง เมื่อเกิดความท้อแท้

*** ถ้าจำเป็นต้องกินเพื่องานสังคม ก็เลือกกินคำเล็ก ๆ ช้า ๆ และน้อย ๆ เข้าไว้

*** อย่าอด เพราะถ้าอดจะทำให้เราโหยหา

*** ให้รางวัลกับตัวเอง ที่ทำได้ตามแผน เช่น กินไอศครีม และช๊อคโคแลต บ้าง แต่อย่ากินมาก

*** เลือกซื้อผลไม้สด ดีกว่าขนมขบเคี้ยวที่ทำจากแป้งและน้ำตาล

*** หาเวลาออกกำลังกายโดยชวนเพื่อน หรือคนรู้ใจ

*** ถ้ายังไม่สำเร็จ ก็อนุโลมให้ตัวเองได้กิน แต่ต้องสัญญาว่ากินแค่ไหน ถึงจะหยุด

ฉันได้ทำมาแล้ว แล้วได้ผลเกินคาด ขอให้ทุกคนทำสำเร็จ ถ้าวางแผนที่ดีสำหรับการกินอย่างมีสติ....

(ข้อมูลเพิ่มเติม จากfitness+health+lifestyle magazine ,August 2007)

Exercise Book 4: Concentrate YOGA

Exercise Book 3 : 10 min pilates sclupting-full

Exercise Book 2: Lorie Baker's Pilates Routine

วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2551

อย่าเชื่อมั่นในฉลาก (Do not believe everything on label)

ยังมีข้อมูลอีกหลายส่วนที่ไม่มีในฉลากเพราะกฎหมายไ่ม่ได้กำหนดไว้ ควรศึกษาด้วยตัวเองเพิ่มเติมจะดีกว่า

There are so many part of data which is not on label, should study more yourself.

そこの部分は、非常に多くのデータをラベルではありませんが、もっと勉強する必要があります。

ไม่กินอะไรเลย ก่อนออกกำลังกาย ดีไหม ? Is eat nothing before exercise good ?

ร่างกายต้องการพลังงานในการออกกำลังกาย ควรกินอาหารที่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตเช่น โยเกิร์ต นมถั่วเหลือง หรือขนมปังโฮลวีท ก่อนสักครึ่งชั่วโมง

The body wants the energy in the exercise , should have some assemble of the carbohydrate such as soybean milk or the bread about half hour before.

体内のエネルギーは、運動を望んでは、いくつかの組み立てるはずの炭水化物のパンや牛乳などの大豆の約半分の1時間前です。

ลดอหารแล้วผอม จริงหรือ ? Food reduction makes us thin ?

ุถ้าปล่อยให้ตัวเองหิวมาก เป็นเวลานเกินไป ก็มีโอกาสตะบะแตก แล้วจะกลับไปกินเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม
If you let yourself is very hungry and you can not stand it , as a result , you may eat as or more than ever.


วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551

สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย ไม่ไกลเกินฝัน

>image from:http://www.healthsavers.infoคงจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ไม่อยากมีสุขภาพดี อยากแก่เร็ว ใคร ๆ ก็อยากมีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลจากโรค การที่เราจะมีสุขภาพดี ต้องประกอบ
ด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารที่เราทาน การพักผ่อนเพียงพอ การออกกำลังกาย

มีหลาย ๆ คนที่อยากมีสุขภาพดี แต่ไม่ชอบออกกำลังกาย ชอบกินตามใจปาก ฉันมีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่อยากแนะนำให้ลองไปทำดู ซึ่งได้ผลเกินคุ้มค่า

***ท้าทายตนเอง โดยตั้งเป้าหมายของการควบคุมน้ำหนัก ไม่ว่าคุณจะผอม หรืออ้วน จะต้องมีน้ำหนักตัวที่พอดี ไม่อ้วนเกินและไม่ผอมเกิน
แล้วคิดไว้ว่า คุณจะมีน้ำหนักอยูที่กี่กิโลกรัม

***สังเกตพฤติกรรมของตัวเอง ว่า ชอบทานอาหารหรือขนมจุกจิกมากน้อยแค่ไหน ในหนึ่งวัน ชอบหรือเกลียดอาหารชนิดใด นี่คือปัจจัยสำคัญ
ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยให้คุณควบคุมอาหารได้สำเร็จ

***ตรวจเช็คสุขภาพประจำปี อย่างสม่ำเสมอ แล้วจดบันทึกลงในสมุดบันทึกสุขภาพของคุณว่า คุณกำลังเจอโรคที่มาเยี่ยมเยือนคุณ เช่น คอเลสเตอรอล
โรคหัวใจ เบาหวาน หรือปล่าว แล้วเตรียมตัวหนีห่างจากมันและพยายามออกกำลังกาย

***อย่าเครียด เพราะความเครียด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอ้วนได้ เมื่อเราเครียดทำให้ร่างกายของเราหลั่งฮอน์โมนชนิดหนึ่งเรียกว่า
ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ซึ่งจะทำให้ระบบการเผาผลาญลดลง เมื่อเราเครียดจะทำให้เรากินอาหารเยอะกว่าปกติ

***พยายามสร้างแรงจูงใจ ในการออกกำลังกายให้กับตัวเอง เพราะแรงผลักดันที่มีพลังที่สุด ก็คือ แรงขับเคลื่อนภายในใจของเราเอง เช่น
...พยายามบอกกับตัวเองว่า "เราทำได้ " และต้องทำให้ได้ ไม่มีอะไรเหนือบ่ากว่าแรง.....
...สังเกต และชื่นชมกับพัฒนาการของตนเอง เช่น ทุกวันนี้ เราสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น แต่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย
เมื่อยล้าน้อยกว่าตอนแรกที่เพิ่งหันมาออกกำลังกาย
...เลือกรูปแบบที่ตัวเองชอบ เพื่อที่จะได้รู้สึกสนุกในการออกกำลังกาย
...คิดเสียว่า การออกกำลังกาย คือ การมอบสิ่งดี ๆ ให้ตนเอง และเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของตนเองอย่างแท้จริง
...ให้ รางวัลกับความความก้าวหน้าของตัวเอง เช่น เสื้อผ้าสวยงาม สำหรับรูปร่างที่ดีขึ้นของตัวเอง (ถ้าไม่มีใครชมก็ชมตัวเอง)
...มองหา บัดดี้ หรือคู่หูที่มีเป้าหมายเหมือนกัน จะได้เกิดแรงผลักดันและเกิดมานะในการฝึกหัดมากขึ้น
...เลือกชุด ออกกำลังกายที่สวยงาม และดูดี จะได้เพิ่มตวามรู้สึกดี ๆ ในตนเอง

***การนอนหลับพักผ่อน ให้เพียงพอ อย่านอนดึก

***ดื่มน้ำ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และทานอาหารได้น้อยลง

หลังจากปฏิบัติและได้ผลกับตับตัวเองมาแล้ว ฉันจึงต้องนำมาถ่ายทอดแก่ เพื่อน ๆ แล้วจะได้มีสุขภาพดี อ่อนกว่าวัย แล้วก็ไม่ไกล
เกินกว่าที่เพื่อน ๆ จะฝัน

*****"การนอนหลับ มีความสำคัญเท่ากับการออกกำลังกาย คู่กับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สร้างภูมิคุ้มกันโรค และทำให้ดูอ่อนกว่าวัย"*****

.....ฉันเชื่ออย่างนั้น แล้วก็ทำได้ด้วย.....

(ข้อมูลเพิ่มเติม จากนิตยสาร ชีวจิต ฉบับวันที่ 16 กพ.51// elle fitness ฉบับเดือน กค.2548)

หลับให้สบาย (For better sleep)

อาบน้ำอุ่นเล็กน้อยจะช่วยผ่อนคลาย ปรึกษาหมอบ้างก็ดีนะ
Try taking a warm shower before bed to relax.
Consult your doctor if inadequate sleep becomes problematics.

หาเวลาออกกำลังกายไม่ได้ หรือ ? (Can't find the time to exercise ?)

"ทำที่ไหนก็ได้" เช่น การขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หรือการเดินแทนการขึ้นรถในบางครั้ง ก็ช่วยได้แล้ว
"Where possible", try taking the stair instead of using the elevator and walking instead of driving.

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2551

ให้รางวัลกับตัวเองบ้าง (Treate yourself )

ดูแลตัวเองเป็นพิเศษด้วยการเข้าคอร์สนวดเพื่อผ่อนคลาย หรือบำรุงความงามเป็นครั้งคราว "ให้รางวัลกับตัวเองบ้างซิ"

(Treat yourself occasionally to a relaxing massage or beauty treatment. "You deserved it !".

คุณอยากดูสดชื่นตลอดเวลา ไหม ? (Want to look and feel fresh every day ?)

พยายามดื่มน้ำมาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานผัก ผลไม้ ให้ได้อย่างน้อย 5 มื้อย่อยในแต่ละวัน นะ

(Try drinking plenty of water, getting enough rest and eating 5 servings of fruits and vegetables a day.)




วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2551

การเอาชนะโรคอยู่ที่ใจ

เมื่อเริ่มเห็นวิธีที่จะเอาชนะโรคภัย ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราตลอดเวลาได้แล้ว ฉัน...เริ่มที่จะสนใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองอย่างจริงจัง
เพราะคิดว่าขนาดูภูมิแพ้ที่ ฉันเคยเป็นนั้น ฉันยังชนะได้ ซึ่งโรคนี้คนเป็นกันเยอะมากในปัจจุบัน เพราะฉันเคยไปหาหมอเกี่ยวกับภูมิแพ้ ที่คลีนิค หรือโรงพยาบาล
จะเห็นว่ามีคนไข้ไปรอหมอเพื่อตรวจรักษาโรคนี้กันเยอะมาก แทบจะเรียกว่าเป็นโรคฮิตของคนเมือง ราวกับว่าเป็นโรคติดต่อไปเสียแล้ว

........ทุกวันนี้ ฉันจะพยาบามหาหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ พอแวะร้านหนังสือเมื่อไหร่จะต้องตรงไปที่ ชั้นหนังสือสุขภาพก่อน แล้วจะหาหนังสือที่เกี่ยวกับ
การดูแลตัวเอง การเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกต้องและมีประโยชน์ การออกกำลังกาย จนเดี๋ยวนี้ที่บ้านจะมีหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพเต็มไปหมด

........ฉันเริ่มปฏิบัติตนเองใหม่ เพราะไม่อยากให้ภูมิแพ้กลับมาอีก โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร และการดำเนินชีวิตใหม่หมดอย่าง
จริงจัง เพื่อให้ภูมิต้านทานโรคดีขึ้น

........ตอนนี้เวลาไปไหน ฉันจะพกไดอารี่ หรือหนังสือจดบันทึกตลอดเวลา และที่ขาดไม่ได้ก็คือ โทรศัพท์มือถือ ปากกา ดินสอ จะเริ่มจดบันทึกทุกอย่างที่เกี่ยวกับ
ตัวเอง ในแต่ละวัน ทานอะไรเข้าไปในแต่ละมื้อ ตลอดจนบันทึกการออกกำลังกายด้วย

......คุณลองมาเริ่มวิธีง่าย ๆ ที่ฉันได้ทดลองมาแล้ว และได้ผลซึ่ง สามารถควบคุมน้ำหนักได้ผลอย่างต่อเนื่อง

..........1. รับประทานอาหารเช้า

2. รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำปานกลาง ในปริมาณควบคุมได้

3. ออกกำลังกาย ชนิดหนักปานกลาง แต่บ่อยครั้ง

4. ควบคุมตนเองอย่างสม่ำเสมอ เช่น ชั่งน้ำหนักเสมอ บันทึกอาหารที่ทานเข้าไป

รับประทานอาหารเช้า อย่าอดอาหารมื้อเช้าเด็ดขาด เพราะหลายคนคิดว่าอาหารเช้าไม่สำคัญ เนื่องจากไม่มีเวลาหรือ เกิดความยุ่งยาก ฉันเคยทดลองกับตัวเอง โดย
ไม่เคยทานอาหารเช้าเลย จะดื่มกาแฟ และทานพวกขนมคุ๊กกี้ ขนมเค๊ก ซึ่งคิดว่านี่คืออาหารเช้าเรา เลยทำให้ช่วงสาย ๆ จะหิวตลอดเวลา ต้องหาขนมทานจุกจิกตลอด
ก่อนถึงอาหารมื้อกลางวันเสมอ และที่สำคัญ โรคอ้วนถามหาแน่นอน
หลังจากเปลี่ยนมาทานอาหารเช้า ฉันพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ทำให้เราไม่อยากทานจุกจิก พอถึงเวลาอาหารกลางวัน จะทำให้ทานได้น้อยลง ไม่หิวบ่อย ๆ และ
ไม่อยากอาหารหรือเครื่องดื่มรสหวาน และทำให้รู้สึกทำงานอย่างมีความสุขและสดชื่นทั้งวัน

กินอาหารไขมันต่ำ อาหารเช้าที่อุดมด้วยคุณค่าของฉันจะเป็นพวก ข้าวต้มกล้อง ขนมปังโฮลวีท ซ๊เรียล นมถั่วเหลือง ซึ่งจะสลับกันไปแต่ละวัน แล้วตามด้วยผลไม้รสไม่หวาน
เช่น แอ๊ปเปิ้ล ส้ม หรือบางทีก็น้ำผลไม้สด
ตอนกลางวัน จะเป็นพวกสลัดผลไม้ สลัดผัก เกาเหลา ส้มตำ ปลา แล้วแต่ว่าจะหาอะไรทานได้ ส่วนตอนเย็น จะเน้นอาหารประเภทน้ำ เช่น ต้มจืด ผัดผัก แล้วตามด้วยผลไม่
สด เช่น ส้ม แอ๊ปเปิ้ล

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ความทรงจำที่ไม่เคยลืม

...........ฉัน มีน้าสาวคนหนึ่ง เป็นคนชอบออกกำลังกายเหมือนฉัน เรามักจะชวนกันไปออกกำลังกายกันเสมอ ๆ รักสุขภาพเหมือนกัน จะมีการตรวจเช็คสุขภาพประจำปีตลอด ทำให้เราเกิดความมั่นใจเสมอว่า เราสุขภาพดี ไม่มีโรคอะไร
.......แล้วมีอยู่วันหนึ่ง น้าสาวของฉันก็ไปตรวจสุขภาพประจำปีเหมือนทุกปี ผลการตรวจสุขภาพออกมาก็ปกติดีทุกอย่าง แต่มีอยู่อย่างหนึ่งทีผิดปกติ คือตรงบริเวณหน้าอกด้านซ้ายจะมีลักษณะก้อนเล็ก ๆ ลักษณะเหมือนเป็นซีส หรือก้อนเนื้อก็ไม่ทราบ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ก็เลยแนะนำว่าให้ไปตรวจอีกทีเพื่อความแน่ใจ(โรงพยาบาลที่ตรวจไม่ใช่เฉพาะทาง)
.........น้าสาว..ของฉัน ก็เริ่มวิตกกังวลใจ แต่ฉันและคนในครอบครัว ก็จะคอยให้กำลังใจว่าลองไปตรวจดูก่อน อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด น้าก็เลยไปตรวจที่ โรงพยาบาลเฉพาะทาง ผลการตรวจปรากฎว่า คุณหมอบอกว่า ต้องเช็คจากก้อนเนื้อนั้นก่อน พอตรวจเช็คจากก้อนเนื้อนั้นแล้ว อีกประมาณ 1 สัปดาห์ คุณหมอก็ให้คุณน้าไปพบและ แจ้งว่าเป็นก้อนเนื้อร้าย หรือมะเร็ง แต่ว่าอยู่ในระยะเริ่มแรก ถ้าได้รับการรักษาก่อนก็จะหาย
........ในขณะนั้น ฉันเข้าใจถึงความรู้สึกของน้าได้ว่า มีความรู้สึกอย่างไร คงสับสน กังวลใจ ทุกคนในครอบครัวช่วยกันให้กำลังใจ และบอกว่าไม่เป็นไรหรอก เพราะเป็นระยะแรก เดี่ยวนี้ มียาที่รักษาได้ ขอให้เรามีกำลังใจ ต่อสู้กับโรคร้ายให้ได้
.........น้าฉัน เริ่มมีกำลังใจดีขึ้น และเข้มแข็ง น้าเริ่มเข้ารับการรักษา ตามกระบวนการของแพทย์ อย่างต่อเนื่อง โดยผ่าตัดเอาก้อนเนื้อนั้นออกก่อน และตัดท่อน้ำเหลือตรงใต้วงแขนออก ทุกคนในครอบครัวและ เพื่อน ๆ ก็คอยให้กำลังใจคุณน้าตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี ที่รักษา
.........เวลาผ่านไป 1 ปี น้าฉันได้ผ่านกระบวนการรักษา จนหายดี และได้เริ่มทำงานตามปกติ แต่จะมีอาการอ่อนเพลียบ้างเล็กน้อย เพราะผลกระทบของยาที่รักษาอยู่ในร่างกายมานานกว่า 1 ปี
.......ชีวิตฟ้าหลังฝน.....ย่อมสดใส ตอนนี้ฉันดีใจกับน้าของฉัน ดูท่านมีสุขภาพดี เพราะได้รับคำแนะนำจากหมอ ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันใหม่หมด โดยใช้หลักของชีวจิตมาปฏิบัติ น้าฉันก็ปฏิบัติโดยการหาหนังสือเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย มาปรับเปลี่ยนตัวเองจนทุกวันนี้
........จากประสบการณ์ ที่ฉันได้ประสบมากับคนใกล้ตัว ทำให้ฉันมีความรู้สึกว่า คนเราจะประมาทกับชีวิตไม่ได้เลย จะย้อนกลับไปเล่าถึงน้าของฉัน เมื่อก่อนเป็นคนชอบทานพวกเนื้อสัตว์ ขนมหวานทีมีกะทิ ไม่ค่อยชอบทานผัก ผลไม้ ทั้ง ๆ ที่เป็นคนชอบออกกำลังกายตลอด แต่ ทั้งสองอย่างต้องทำควบคู่กัน คือ ทั้งรับประทานอาหารที่ถูกหลักและมีประโยชน์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
........ตอนนี้ ฉันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลย ว่าฉันได้เข้าไปมีส่วนช่วยให้น้าของฉันพบความสุขและดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความหวัง.......

Let's work out #1


เพื่อรูปร่างและสุขภาพที่ดี

คลิ๊กที่นี่เพื่อเลื่อนไสลด์

ที่มา: http://www.womenshealthmag.com/fitness/how-to-get-into-the-best-shape-1

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Episode 2

.....ฉันจะย้อน เรื่องราวของฉันว่าก่อนหน้าที่จะมาปรับพฤติกรรมของตนเองนั้น ฉันใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร
............- เริ่มจากตื่นมาตอนเช้าจะดื่มกาแฟ ใส่ครีมเทียม น้ำตาลมากหน่อย ตามด้วยขนมเค็กที่มี cheese เยอะ ๆ เพราะเป็นคนชอบทาน cheese มาก ยิ่งพวกบลูเบอรรี่ราดด้วย cheese เยอะ ๆ แล้วจะเป็นของโปรดฉันเลย หรือไม่ก็ขนมพวก ช๊อคโกแลต เช่น บราวนี่ ก็ชอบมาก
..............-จากนั้นก็ไปทำงาน เข้างานประมาณ 8.00 น. เริ่มงานจริง ๆ ก็ประมาณ 8.30 น. เป็นต้นไป ในขณะที่จะเริ่มงานฉันจะดื่มกาแฟ โดยไม่ใสครีมเทียม อีก 1 แก้ว แล้วตามด้วยขนมปังกรอบ ๆ อีกประมาณ 1.-2 ชิ้น ราว ๆ ประมาณ 10.00 น. -12.00 น. ฉันจะมีพวกขนมทานเล่น ๆ อีกบ้าง
.............-ประมาณ 12.00 น.-13.00 น. จะเป็นเวลาอาหารกลางวันของฉัน จะเป็นอาหารจำพวก ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ ข้าวราดแกง และตามด้วยขนมหวานบ้าง แล้วแต่จะหาทานได้
.............- ช่วงบ่ายแก่ ๆ ประมาณ 15.00 น-16.00 น. ฉันจะหาพวกขนมทานเล่น เพราะที่โต๊ะทำงานจะมีขนมตุนไว้เสมอ หรือบางทีก็จะมีเพื่อน ๆ ที่ทำงานซื้อเข้ามาตอนเญ้น พวกเรามักจะมี Meeting เล็ก ๆ เสมอ เช่น ขนมเค๊ก ลูกชิ้นทอด ใส้กรอกย่างบ้าง ล้วนแล้วแต่เป็ฯของว่างที่จะนำมาเสริฟกันตอนหลังเลิกงานเสมอ
.............- บางทีมีประชุมก็อาจจะหนักหน่อย อาจจะไปทานอาหารกันตามร้านอาหารที่อร่อย ๆ ประจำแล้วแต่
.............หลังเลิกงาน ฉันจะแวะออกกำลังกาย เช่น แอโรบิค วิ่งในสวนสาธารณะ หรือบางทีก็ โยคะบ้าง แล้วแต่ว่าสะดวกที่ไหน พอออกกำลังกายเสร็จแล้ว ฉันน่าจะรีบกกลับบ้าน แต่ไม่รีบกลับ เพราะฉันมักจะเหนื่อยหลังจากออกกำลังกาย และหิวมาก คิดแต่เพียงว่าขออะไรก็ได้รองท้องก่อน จะแวะหาซื้อขนมตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านขนมอร่อย จะซื้อกลับบ้านเผื่อเอาไว้ทานในวันรุ่งขึ้น
............- เสร็จธุระกลับบ้าน ก็จะถึบ้านประมาณ 1 ทุ่ม ถึง 2 ทุ่ม เกือบทุกวัน หรือบางทีก็เกือบ 3 ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่เกินเวลาอาหารเย็นของคนทั่วไป แล้วแต่ความหิวทำให้ฉันลืมคิด เพราะคุณแม่ ฉันทำอาหารอร่อยมาก ท่านจะทำอาหารเตรียมไว้เสมอ และฉันก็ไม่เคยพลาดเลย ต้องขอทานฝืมือคุณแม่อีกรอบ
.......สรุปแล้วในวัน ๆ หนึ่ง ตั้งแต่เริ่มตื่นนอนมา จนกระทั่ง เข้านอน ฉันทานอาหารและขนมประมาณ 4-5 มื้อต่อวัน นี่ยังไม่รวมถึงการทานอาหารนอกบ้านหลังเลิกงาน เพราะจะทำให้ทานเยอะ โดยคิดว่าไม่เป็นไร วันเดียวเอง เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยออกกำลังการ เผาผลาญแคลอรี่ได้ คิดอยู่อย่างนี้เสมอเวลาเผลอใจคิดว่าไม่เป็นไร
..........ฉันปฏิบัติตัวเองอย่างนี้ อยู่เป็นเวลา 3-5 ปี พอถึงเวลาไปตรวจสุขภาพประจำปี ครั้งใดก็จะพบว่า มีคลอเรสเตอรอลสูงกว่าปกติเสมอ แต่ก็จะลดอาหารพวกนี้ได้สักระยะหนึ่ง แล้วก็กลับมาทานอีก เป็นอยู่อย่างนี้มาตลอด
.......ฉันเริ่มแพ้ใจตัวเอง หลอกตัวเอง แล้วก็ไม่สามารถเอาชนะความอยากทานของฉันได้ แล้วความที่ฉันไม่สามารถชนะได้ ก็ทำให้ร่างกายฉันเริ่มอ่อนแอ ฉันแพ้......

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Episode 1

จำความได้ว่า ตั้งแต่เล็กจนโตฉันเป็นคนที่อ่อนแอมาก มีโรคประจำตัวหลายโรคจนพ่อแม่เรียกฉันว่า "แอ" เพื่อที่จะแก้เคล็ดให้เป็นคนแข็งแรงเหมือนชาวบ้าน แต่ก็ไม่วายที่โรคจะรุมเร้า คุณแม่เคยบ่นให้ฟังเสมอว่า เลี้ยงยากมาก ขนาดยุงกัดยังไม่ได้เลยมีแผลขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ จากเล็กกลายเป็นตุ่มใหญ่ ถ้าเจอพวกน้ำไม่สะอาด ก็จะลามกลายเป็นแผล ฉันจำได้ว่าเคยถูกยุงกัดนิดเดียว แล้วแถว ๆ หมู่บ้านจะมีน้ำท่วมประจำปี ด้วยความที่เป็นเด็กอยากเล่นน้ำกับเพื่อน ๆ ด้วยกัน พอกลับจากเล่นน้ำกลับมาบ้าน พอตกกลางคืน แผลที่โดนยุงกัด มันเริ่มเป็นวง ๆ และทำให้คันมาก ฉันจึงเกา ยิ่งเกาก็ยิ่งเป็นแผล เริ่มจากแผลเล็ก ๆ กลายเป็นแผลใหญ่ ขึ้นจากเป็ฯที่ขาเริ่มลามไปถึงแขน จนคุณพ่อเคยบอกว่า ถ้ามันเป็นแผลเยอะขนาดนี้ คงต้องตัดขาออกแน่นอน ฉันได้แต่นั่งร้องไห้
.........พอโตขึ้นมาประมาณชั้นมัธยมเริ่มมีอาการอย่างอื่นแทรก เช่น เวียนหัวบ่อย ๆ คุณแม่ก็เลยพาไปหาหมอพบว่าเป็นโรคโลหิตจางอีก ก็เลยต้องทานยาพวกบำรุงเลือดอีก และต้องทานอาหารพวกบำรุงเลือดด้วย
.........บ่อยครั้งที่ทำให้ฉันรู้สึกท้อใจอย่างมาก พอเริ่มเข้าทำงาน ฉันต้องทำงานเกี่ยวกับเอกสาร และยุ่งเกี่ยวกับเงิน ซึ่งเจอเชื้อโรค ฝุ่นละอองตลอดเวลา (ฉันทำงานสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง) ฉันเจออาการโรคภูมิแพ้เกิดกับตัวฉันอีก ซึ่งเป็นภูมิแพ้แบบแพ้อากาศ แพ้ฝุ่นละออง ซึ่งค่อนข้างรุนแรงมาก เวลาเจออากาศเย็น เช่น ฤดูฝน ฤดูหนาว จะเกิดอาการจาม ไอ ตลอดเวลา จนทำให้ไม่ค่อยชอบฤดูฝนกับหนาวเลย เพราะทำให้จามตลอดเวลา เสียงจะอู้อี้เหมือนคนเป็นหวัดตลอดเวลา เกิดความไม่เชื่อมั่นตัวเอง อาการภูมิแพ้ของฉันจะกำเริบตอนกลางคืนเสมอจนต้องอาศัยยาพ่นจมูกช่วย ซึ่งยาพวกนี้จะทำให้เยื่อจมูกอักเสบ และจมูกจะไม่ได้กลิ่น ฉันจึงพยายามไม่ใช้ เมื่อไม่จำเป็น แต่คุณหมอจะบอกเสมอว่าต้องออกกำลังกายบ้าง ฉันจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องไปออกกำลังกายบ้างซึ่งเป็นอะไรที่ฉันชอบ
..........เริ่มจากการออกกำลังกายที่บ้านก่อน หรือไม่ก็ไปว่ายน้ำ วิ่ง เดิน พอเริ่มออกกำลังกายก็มีความรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ในชีวิตประจำวันต้องเจอกับงานที่เกี่ยวกับเอกสาร อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา อาการก็จะกลับมาอีก ทำให้ฉันเริ่มท้ออีกครั้ง แต่ฉันก็ไม่ยอมแพ้ก็กลับมาออกกำลังกายอีก โดยการไปออกแบบแอโรบิก ทำให้มีความรู้สึกสนุก อยากออกกำลังกาย อาการก็เริ่มดีขึ้นอีก
..........ฉันได้รู้จักกับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งก็มีอาการภูมิแพ้ เหมือนกับฉัน แต่เพื่อนฉันอาการจะหนักกว่าฉันมากขนาดตอนกลางคืนหายในไม่ค่อยออก ทำให้ฉันเกิดกำลังใจขึ้นมาว่ายังมีคนที่เป็นหนักกว่าเราอีก เราเริ่มคุยกันถูกคอ เพราะคุยเรื่องเดียวกันคือทำอย่างไรให้ภูมิแพ้หาย บางทีก็ชวนกันไปออกกำลังกายบ้าง ทำให้ลืมอาการป่วยของตนเองได้บ้าง
...........ต่อมางานเริ่มเยอะ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาไปออกกำลังกาย ซึ่งฉันก็เปลี่ยนจากการออกกำลังตอนเย็นหลังเลิกงาน ก็เปลี่ยนมาเข้า Fitness แทนซึ่งทำให้เรามีเวลาออกกำลังกายอีกครั้ง ฉันเริ่มสนุกกับการออกกำลังกายอีกครั้ง แต่หลังจากออกกำลังกายแล้วทำให้เราเหนื่อย จึงทำให้ทานเยอะมากในตอนเย็นหรือบางทีก็ดึก นอกจากตอนนี้จะทำให้กังวลเรื่องอาการภูมิแพ้จะกลับมา แล้วยังต้องกังวลเรื่องน้ำหนึกตัวที่เพิ่มขึ้นอีก จึงทำให้เริ่มมีความคิดผิด ๆ โดยการเริ่มอดอาหาร หาสูตรลดอาหารแบบไหนที่ว่าดีก็นำมาปฏิบัติ
ฉันเริ่มมีความรู้สึกสับสอน วิตกกังวล จึงทำให้ไม่อยากทำอะไรอีกกับชีวิต อาการภูมิแพ้ก็เริ่มกลับมาอีก ซึ่งเป็นหนึกกว่าเดิมจนต้องทำให้ฉันทานยาแก้แพ้เกือบทุกวัน ซึ่งยาพวกนี้ทำให้ฉันนอนหลับและก็หายชี่วขณะตอนนอนหลับเท่านั้น ฉันทานยาแก้แพ้มากจนมีอาการของหัวใจเต้นแรง และมีความรู้สึกว่า หัวใจของเราทำงานผิดปกติ จึงไปพบคุณหมอเกี่ยวกับภูมิแพ้อีกครั้ง และเล่าอาการให้หมอฟัง คุณหมอเลยแนะนำให้ไปตรวจเช็คกับแพทย์ที่เกี่ยวกับการเต้นผิดปกติของหัวใจโดยตรง พอได้ยินคุณหมอแนะนำ ฉันมีความรู้สึกว่าจะมีโรคใหม่เกิดขึ้นกับตัวฉันอีกแล้ว คือโรคเกี่ยวกับหัวใจ เพราะหัวใจเต้นแรงผิดปกติมาก ฉันเริ่มหาหนังสือเกี่ยวกับโรคหัวใจมาอ่าน เพื่อเตรียมตัวกับโรคใหม่อีกครั้ง คิดทบทวนกับตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่อเจอกับโรคภัยพวกนี้หรือ! ตอนนั้นไม่อยากจะทำอะไร พยายามคิดว่าต้องอยู่กับโรคพวกนี้ให้ได้
..........แล้วมีอยู่วันหนี่ง เพื่อฉันคนเดิมที่เป็นภูมิแพ้ ก็โทรฯมาหาแล้วชวนฉันว่าไปออกกำลังกายใหม่อีกครั้ง เผื่อจะได้ผ่อนคลายความกังวลได้บ้าง ด้วยความที่ฉันชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็เลยไปสมัคร Fitness แห่งหนึ่งใกล้ ๆ บ้าน มีความรู้สึกว่าเครื่องออกกำลังกายของเขาทันสมัยดี สะอาด คงไม่น่าเบื่อ
.........ฉันเริ่มไปออกกำลังกายอย่างจริงจัง โดยชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานไปด้วย และยังได้น้อง ๆ ที่Fitness แนะนำถึงการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี ตลอดจนการควบคุมปริมาณอาหารที่เราทานในแต่ละวัน ฉันเริ่มรู้สึกสนุกกับการออกกำลังกาย และเริ่มมีวินัยในการทานอาหารในแต่ละวัน และพยายามค้นหาหนังสือบ้าง ในเว็บบ้าง เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ บางครั้งก็แอบถามน้อง ในFitness บ้าง
........ในระยะเวลาไม่นานประมาณ 2 เดือนเศษ ฉันเริ่มรู้สึกอาการการเต้นของหัวใจดีขึ้น หรือแทบจะเต้นปกติ อาการแพ้อากาศ ผุ่นละออง เริ่มดีขึ้น ตอนกลางคืนก็ไม่จาม ไอ จนมีความรู้สึกว่าอาการป่วยของตัวเองหายไปไหน หรือแทบจะลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังป่วยอยู่ เจอเพื่อน ๆ ที่ทำงานด้วยกันก็ทักว่าเดี๋ยวนี้ไม่จาม และดูสุขภาพดี ด้วย ทำให้ฉันเกิดความมั่นใจมากขึ้น บางครั้งฉันเคยคิดว่าอยากมียาวิเศษอะไรก็ได้ที่จะทำให้อาการป่วยของฉันหาย ซึ่งตอนนี้ฉันได้พบแล้วว่า ยาวิเศษที่เราอยากได้ ตัวของเราเอง ถ้าเราสนใจตัวเอง ชนะใจตัวเอง มีสติในการดำเนินชีวิต โรคภัยก็จะไม่มาเยือน
........ปัจจุบัน ฉันดำเนินชีวิตของตนเองอย่างเรียบง่าย โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละวัน และที่สำคัญออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังกายนี้ ฉันคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวันของฉันไปแล้ว และเป็นยาวิเศษที่ฉันต้องการมานาน เดี๋ยวนี้ ฉันไม่ต้องไปหาคุณหมอบ่อย ไม่ต้องทานยาเยอะๆ บางคร้งเคยนึกอยากจะกลับไปหาคุณหมอท่านหนึ่ง ซึ่งฉันเคยไปพบและปรึกษาเรื่องภูมิแพ้ของฉัน ท่านเคยพูดแบบติดตลกว่า โรคนี้หายยาก ขนาดหมอยังเป็นเลย ประมาณว่าคนไข้อย่างฉันจะหายหรือ ....ฉันอยากจะไปบอกหมอว่า "ตอนนี้ฉันค้นเจอยาที่รักษาหายแล้ว" ฉันกลับมาเป็นคนใหม่ มีความเชื่อมั่น และรู้สึกดีกับตัวเอง จนอยากจะบอกต่อกับเพื่อน ๆ คะ