การลดความอ้วน ไม่ได้ยากอย่างที่คิด สิ่งสำคัญที่สุดคือ ใจของเราเอง ลองใช้กฏหลัก 4 ประการของ พอล แม็คเคนน่า นักบำบัด
ด้วยจิตชื่อดังเจ้าของผลงานหนังสือ และซีดี I Can Make You Thin ที่ขายดีแนะนำไว้ สำหรับคนอยากผอม ควบคู่ไปกับการ
ออกกำลังกายที่ได้ผล คือ
*** กินเมื่อหิวเท่านั้น
*** กินเฉพาะในสิ่งที่อยาก ไม่ใช่คิดว่าต้องกินอะไรบ้าง
*** กินอย่างมีสติ และมีความสุข
*** หยุดกินเมื่ออิ่ม ไม่ควรกินต่อ เพราะเสียดายของ
" น้ำเปล่า" ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ
*** พบว่า เราจะลดน้ำหนักได้มากขึ้น ถ้าจิบน้ำบ่อย ๆ ให้ได้รวมปริมาณวันละ 8 แก้วขึ้นไป เพราะการที่ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ นั่นก็หมายความว่าไขมัน จะสูญสลายไปเร็วขึ้น... โดยเฉพาะน้ำอุ่น จะช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญ
ได้มากกว่าน้ำเย็น
มีเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่จะบอก เวลาทำงานเรามักจะยุ่งจนลืมดื่มน้ำ วิธีแก้ก็คือ วางแก้วน้ำหรือขวดน้ำไว้ใกล้มือ และจิบบ่อย ๆ
*** พยามยามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหวาน ๆ เช่น น้ำผลไม้ที่มีรสหวาน น้ำอัดลม แล้วหันมาดื่มน้ำเปล่าแทนดีกว่า เพราะพบว่า ผู้หญิงที่ดื่ม
เครื่องดื่มแคลอรี่ต่ำ เช่น น้ำอัดลมแบบไม่เติมน้ำตาล กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล จะลดน้ำหนักได้น้อยกว่าคนที่ดื่มน้ำเปล่า...
เชื่อเถอะค่ะ ว่าใคร ๆ ก็สามารถลดน้ำหนักเองได้อย่างมีความสุขไม่น้อยกว่าการใช้ชีวิตปกติ แต่เพียงพยายาม
ครองสติให้อยู่กับเนื้อกับตัว ไว้ให้ได้ตลอดเวลาก็เท่านั้น. พูดง่าย ๆ ก็คือการอยู่ในสภาพที่ไม่ใจลอย หรือหลงลืมไปว่ากำลัง
อยู่ในระหว่างการลดน้ำหนักอยู่ วิธีที่ใช้ลดน้ำหนักก็ไม่ใช่การบังคับเคี่ยวเข็ญตัวเอง แต่เป็นการกินอยู่ที่ทำด้วยความเข้าใจ มีเหตุผล
และยืดหยุ่น ภายใต้การวางแผนและการประเมินผลอยู่ตลอดเวลา...
....เริ่มต้นจากการวางแผนค่ะ ลองเขียนรายการที่เป็นสาเหตุที่ทำให้การลดน้ำหนักของเราล้มเหลว เช่น..
*** ชอบกินปาท่องโก๋ เจ้าอร่อยในตอนเช้า
*** คุณแม่ชอบทำอาหารอร่อย
*** ชอบเดินผ่านร้านไอศครีมหลังเข้าฟิตเนส
*** แวะหาขนมเค๊ก หรือพาย เจ้าอร่อยกลับบ้าน
*** เวลามีรอบเดือนเลยหยุดไปฟิตเนส แล้วก็ขี้เกียจไปอีกหลายวัน
.....หลังจากจดรายการที่ทำให้การลดน้ำหนักของเราล้มเหลวในหลายต่อหลายครั้งแล้ว ก็เริ่มจดบันทึกน้ำหนักของเราในวันนี้
พร้อมกับเขียนวันที่ลงไป แล้ว listลงไปว่าจะทำอย่างไรในแต่ละช่วงวัน พร้อมกับหาทางรับมือกับอุปสรรคที่เคยเกิดขึ้น เช่น
..เช้า.. วันนี้น้ำหนัก 53 กิโลกรัม(วันที่ 12 มีค.51)
- เราดื่มน้ำแอ๊ปเปิ้ลสไลเดอร์ผสมน้ำผึ้ง 1 แก้ว หลังตื่นนอน
- Sit up 20-30 ครั้ง แล้วเข้าห้องน้ำ
- กินซีเรียลผสมนม Low fat 1 ถ้วยเล็ก ตามด้วย ส้ม 1 ลูก
- ไม่กินปาท่องโก๋ ที่เพื่อนซื้อมาให้ เพราะอิ่มแล้ว
..สาย..
- กินนมถั่วเหลืองแบบ Low sugar ตอน 10 โมงเช้า ถ้าหิว
- จิบน้ำอุ่นตลอดเวลาที่รู้สึกหิว
- จะไม่กินขนม จนกว่าจะเที่ยง
..เที่ยง..
- ไม่กินบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เพราะจะทำให้หิวเร็ว
- กินผัดผักราดข้าว เพราะอยู่ท้องดี
- จะไม่กินขนมบัวลอยไข่หวาน ของโปรด แต่จะกินแอ๊ปเปิ้ลแดง 1 ลูกหรือส้ม 1 ลูกแทน
..บ่าย..
- ไม่กินอะไรจนกว่าจะบ่าย 3 โมง จอกจากจิบน้ำอุ่น..
- ซื้อชาเขียวแบบกล่อง ไว้ในตู้เย็นที่ทำงาน ไว้จิบเวลาหิว ช่วงบ่าย ๆ แล้วเตือนตัวเองว่า ชาเขียวมีประโยชน์ และฉัน
กำลังลดน้ำหนักอยู่
- เลิกงานแล้ว ถ้าไม่มีธุระแวะที่ไหน ก็จะตรงไป Fitness ทันที
..เย็น..
- ไม่อด แต่จะหานม Low fat หรือนมถั่วเหลืองอุ่น ๆ รองท้อง
- ถ้าแม่ทำกับข้าวอร่อย ก็จะตักกินแต่กับข้าวจานเล็ก ๆ แล้วบอกแม่ว่าอร่อยดี แต่อยากกินแกงจืดเต้าหู้ใส่เห็ดหอมบ้าง
- จะไม่กินขนมใส่กะทิ แต่จะชงชาเขียวอุ่น ๆ มาจิบแทน
- จะไม่กินถั่วอบ แล้วนั่งดูทีวี เพราะจะทำให้เพลิน
- รีบอาบน้ำ สระผม แล้วทาครีมบำรุง เพราะต้องท่องไว้ว่า ฉันต้องสวย และดูดี ตลอด
..ก่อนนอน..
- นั่งเขียนสรุปผลงานการลดน้ำหนักของตัวเอง
- สวดมนต์ก่อนนอน
- พยายามเข้านอนไม่เกิน 4ทุ่ม ตื่นขึ้นมาหน้าตาจะได้สดใส
....แล้วหยิบรายการที่เราบันทึกไว้ทั้งหมดมาแล้วใน 1 วัน ถ้าทำได้ให้เขียนเครื่องหมาย ถูก ถ้าทำไม่ได้ให้ทำเครื่องหมาย ผิด ทำได้ให้กากบาท
ไว้แล้ว..ประเมินผลสำหรับวันนี้ และวางแผนสำหรับในวันพรุ่งนี้ต่อไป ทำจนครบ 1 สัปดาห์ แล้วมาชั่งน้ำหนักใหม่ แล้วจดบันทึกไว้ แล้วดูความ
ก้าวหน้าในการลดน้ำหนักของตัวเองว่าเป็นอย่างไร ไม่ยาก สำหรับการดูแลตัวเอง ลองทำดูสิ!
Tip สำหรับการลดน้ำหนักอย่าง นักวางแผน
*** พยายามนึกถึงเป้าหมายของตัวเอง เมื่อเกิดความท้อแท้
*** ถ้าจำเป็นต้องกินเพื่องานสังคม ก็เลือกกินคำเล็ก ๆ ช้า ๆ และน้อย ๆ เข้าไว้
*** อย่าอด เพราะถ้าอดจะทำให้เราโหยหา
*** ให้รางวัลกับตัวเอง ที่ทำได้ตามแผน เช่น กินไอศครีม และช๊อคโคแลต บ้าง แต่อย่ากินมาก
*** เลือกซื้อผลไม้สด ดีกว่าขนมขบเคี้ยวที่ทำจากแป้งและน้ำตาล
*** หาเวลาออกกำลังกายโดยชวนเพื่อน หรือคนรู้ใจ
*** ถ้ายังไม่สำเร็จ ก็อนุโลมให้ตัวเองได้กิน แต่ต้องสัญญาว่ากินแค่ไหน ถึงจะหยุด
ฉันได้ทำมาแล้ว แล้วได้ผลเกินคาด ขอให้ทุกคนทำสำเร็จ ถ้าวางแผนที่ดีสำหรับการกินอย่างมีสติ....
(ข้อมูลเพิ่มเติม จากfitness+health+lifestyle magazine ,August 2007)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น